KNOWLEDGETraditional

โคมล้านนา: งานหัตถกรรมพื้นบ้านจากชุมชนสันทราย สู่ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมร่วมสมัย

0

โคมล้านนาเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่สะท้อนความงดงามของศิลปวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างชัดเจน ในอดีตโคมถูกใช้ในงานประเพณีและพิธีกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะในเทศกาลยี่เป็ง งานบุญ งานวัด และกิจกรรมสำคัญของชุมชน แสงสว่างจากโคมไม่ได้มีความหมายเพียงเพื่อประดับตกแต่งให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความศรัทธา ความเป็นสิริมงคล และความละเอียดอ่อนทางจิตใจของผู้คนในท้องถิ่น กรมศิลปากรอธิบายว่า ในประเพณียี่เป็งชาวล้านนาจะประดับบ้านเรือน วัด สถานที่ราชการ และสถานที่ต่าง ๆ ด้วยต้นกล้วย อ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุง ช่อประทีป และโคมล้านนา โดยโคมล้านนาถือเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา

จากการศึกษากลุ่มสะล่าสันทราย ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า โคมล้านนาเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่กลุ่มนำมาพัฒนาเป็นงานหัตถกรรมเพื่อสร้างรายได้ กลุ่มนี้เกิดจากการรวมตัวของช่างพื้นบ้านหรือ “สะล่า” ที่มีทักษะด้านการทำโคม ตุง และงานศิลปะล้านนาอื่น ๆ โดยมีแนวคิดสำคัญคือการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนา พร้อมกับพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถจำหน่ายและสร้างอาชีพให้แก่คนในชุมชนได้

สถานที่ผลิตโคมของกลุ่มสะล่าสันทรายตั้งอยู่ที่บ้านของผู้นำกลุ่ม คือ นายจักรพันธ์ ชัยแปง โดยใช้บริเวณชั้นล่างของบ้านเป็นพื้นที่ทำงาน ทั้งสำหรับตัดกระดาษ ขึ้นโครง ประกอบ ตกแต่ง เก็บวัตถุดิบ และจัดเก็บผลิตภัณฑ์ก่อนจำหน่าย พื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นทั้งแหล่งผลิต แหล่งรวมช่าง และจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม งานบางขั้นตอนสามารถกระจายให้สมาชิกนำกลับไปทำที่บ้านได้ เช่น การเหลาไม้ไผ่ การเตรียมโครง การตัดลาย หรือการประกอบบางส่วน ทำให้การผลิตมีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชน

วัสดุหลักในการทำโคมล้านนา ได้แก่ ไม้ไผ่ กระดาษหรือผ้า กาว เชือก ลวดเย็บกระดาษ สี และอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น กรรไกร ค้อน สิ่ว แท่นขึ้นโครง และเครื่องมือสำหรับตัดลาย ไม้ไผ่ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญ เพราะใช้ทำโครงของโคม ช่างต้องเลือกไม้ไผ่ที่มีคุณภาพ เหลาให้ได้ขนาดเหมาะสม และดัดหรือประกอบให้เกิดรูปทรงที่แข็งแรง สวยงาม และได้สัดส่วน ข้อมูลจากกรมศิลปากรระบุว่า โคมล้านนานิยมใช้ไม้ไผ่เหี้ยหรือไม้ไผ่ข้าวหลามมาสานขึ้นโครง แล้วปิดทับด้วยกระดาษสา กระดาษแก้ว หรือผ้าดิบ จากนั้นจึงตัดกระดาษสีเงิน สีทอง เป็นลวดลายล้านนาประดับตกแต่ง

กระบวนการผลิตเริ่มจากการรับงานหรือรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า จากนั้นจึงจัดซื้อหรือจัดเตรียมวัตถุดิบ ออกแบบผลิตภัณฑ์ และสร้างต้นแบบก่อนเข้าสู่การผลิตจริง เมื่อได้แบบที่ต้องการแล้ว สมาชิกจะช่วยกันดำเนินงานตามความถนัด โดยแบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น งานเหลาไม้ไผ่ งานขึ้นโครง งานตัดลาย งานประกอบ และงานตกแต่ง งานศึกษาว่าด้วยการผลิตโคมล้านนาระบุว่า ขั้นตอนหลักของการทำโคมประกอบด้วยการเตรียมอุปกรณ์ การทำโครงตัวโคมและหูโคม การปิดกระดาษสาหรือผ้า การทำหาง การพับและตัดลวดลายประดับโคม และการตกแต่งลวดลาย

ขั้นตอนการทำโคมต้องอาศัยความละเอียดในทุกช่วง เริ่มจากการเตรียมไม้ไผ่ให้เป็นเส้นตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำมาขึ้นโครงให้ได้รูปทรงของโคม จากนั้นจึงตัดกระดาษหรือผ้าตามลวดลายที่ออกแบบไว้ ก่อนนำไปติดกับโครงและประกอบเป็นชิ้นงาน เมื่อประกอบเสร็จแล้วจะมีการตกแต่งรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น การติดลาย การเพิ่มสีสัน หรือการใส่องค์ประกอบประดับอื่น ๆ เพื่อให้โคมมีความสมบูรณ์และสวยงาม หากโครงไม่สมดุล ลายไม่เรียบร้อย หรือการประกอบไม่แข็งแรง จะต้องนำกลับไปแก้ไขก่อน เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วจึงเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป พร้อมเก็บรักษา จำหน่าย หรือส่งมอบให้ลูกค้า

จุดเด่นของโคมล้านนาอยู่ที่รูปทรง ลวดลาย และบรรยากาศของความเป็นพื้นบ้าน โคมบางแบบผลิตเพื่อใช้ในงานประเพณีจำนวนมาก ขณะที่บางแบบเป็นงานประณีต ต้องใช้เวลามากกว่าและอาศัยฝีมือเฉพาะของช่าง ลวดลายที่ปรากฏบนโคมมักสะท้อนอัตลักษณ์ล้านนา ทั้งลายประดับแบบดั้งเดิม รูปทรงที่อ่อนช้อย และการใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เรียบง่าย แต่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม

ลวดลายที่ใช้ในการทำโคมล้านนาและความหมาย

ลวดลายที่ใช้ประดับโคมล้านนาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพิ่มความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยสื่อความหมายทางศิลปะ ความเชื่อ และความเป็นสิริมงคล ลายที่พบในงานโคมล้านนามีหลายประเภท เช่น ลายดอกบัว ลายดอกจอก ลายสัตว์สิบสองราศี ลายกระจัง และลายดวงตะวัน โดยบางลายปรากฏในงานโคมโดยตรง ขณะที่บางลายเป็นลายประดับแบบล้านนาหรือลายไทยที่นำมาประยุกต์ใช้กับงานโคมตามความเหมาะสม งานวิจัยเรื่องโคมล้านนาระบุว่า โคมล้านนามีหลายรูปแบบ เช่น โคมแปดเหลี่ยม โคมไห โคมดาว โคมหูกระต่าย โคมไต โคมดอกบัว โคมผัด และโคมรูปสัตว์ ซึ่งรูปแบบเหล่านี้สัมพันธ์กับลักษณะการใช้ลวดลายและความหมายทางวัฒนธรรม

ลายดอกบัว เป็นลายที่สัมพันธ์กับพระพุทธศาสนา ดอกบัวมักสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความเจริญงอกงาม และการยกระดับจิตใจ เมื่อนำมาใช้กับโคมล้านนา จึงช่วยเสริมความหมายด้านพุทธบูชา ความเป็นสิริมงคล และความงดงามทางจิตใจ โคมดอกบัวเป็นหนึ่งในรูปแบบโคมล้านนาที่พบในงานประเพณียี่เป็งและงานประดับแบบล้านนา

ลายดอกจอก เป็นลายดอกไม้ประดับที่ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย ละเอียด และงดงาม นิยมใช้ร่วมกับลายประดับอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความประณีตให้แก่ตัวโคม ลายดอกจอกสามารถตีความได้ในเชิงความงาม ความสดชื่น และความเป็นมงคล เพราะเป็นลายที่อ้างอิงจากรูปทรงธรรมชาติ เมื่อนำมาตัดฉลุหรือประดับบนโคม แสงไฟที่ลอดผ่านลายจะช่วยให้ชิ้นงานดูมีชีวิตชีวาและมีมิติยิ่งขึ้น

ลายสัตว์สิบสองราศีหรือลายนักษัตร สะท้อนคติความเชื่อเรื่องปีเกิดและความเป็นสิริมงคลในวัฒนธรรมล้านนา ลายสัตว์เหล่านี้อาจปรากฏในงานโคม ตุง หรือเครื่องประดับพิธีกรรม โดยใช้เป็นสัญลักษณ์แทนปีนักษัตร ความผูกพันระหว่างบุคคลกับปีเกิด และความเชื่อเรื่องการเสริมชะตาหรือความเป็นมงคล งานวิจัยโคมล้านนาระบุว่า “โคมรูปสัตว์” เป็นหนึ่งในชนิดของโคมล้านนา จึงสะท้อนว่ารูปสัตว์เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในงานโคม

ลายกระจัง เป็นลายประดับที่มีลักษณะคล้ายกลีบบัว ตาอ้อย หรือรูปทรงแหลมที่เรียงต่อกัน นิยมใช้ประดับบริเวณขอบ ยอด หรือกรอบของงานศิลปกรรม เมื่อนำมาใช้กับโคมล้านนา ลายกระจังช่วยทำให้รูปทรงของโคมดูสง่างาม เป็นระเบียบ และมีความประณีตมากขึ้น โดยเฉพาะโคมที่เน้นโครงสร้างแบบชั้น ยอด หรือขอบประดับ ลายกระจังจึงทำหน้าที่ทั้งเชิงตกแต่งและเชิงโครงสร้างทางสายตา

ลายดวงตะวัน เป็นลายที่สัมพันธ์กับแสงสว่าง รัศมี และพลังแห่งชีวิต เหมาะกับงานโคมซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้แสงในยามค่ำคืน ลายดวงตะวันมักใช้สื่อถึงความรุ่งเรือง ความสว่างไสว ความหวัง และความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะเมื่อใช้กับโคมดาวหรือโคมผัดที่เล่นกับแสง เงา และการหมุนของภาพ ศูนย์สนเทศภาคเหนืออธิบายว่า โคมยี่เป็งบางชนิดใช้กระดาษแก้วหลากสี และมีการจุดไฟเพื่อพุทธบูชา จึงยิ่งทำให้ความหมายเรื่องแสงสว่างเด่นชัดขึ้น

ลายกากอก เป็นลายประดับที่พบในงานศิลปะล้านนาและมักถูกนำมาใช้ในงานตกแต่งเชิงมงคล ลักษณะของลายมีความสมมาตร อ่อนช้อย และให้ความรู้สึกมั่นคง เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับงานโคม สามารถสื่อถึงการปกป้อง ความมั่นคง และความเป็นสิริมงคล อย่างไรก็ตาม ในบทความนี้ควรอธิบายลายกากอกในฐานะ “ลายประดับล้านนาที่นำมาประยุกต์ใช้” มากกว่าระบุว่าเป็นลายที่พบในโคมทุกประเภท เพราะแหล่งข้อมูลหลักเกี่ยวกับกลุ่มสะล่าสันทรายไม่ได้แจกแจงความหมายของลายนี้ไว้โดยตรง

ลายแก้วชิงดวง เป็นลายประดับที่มีแนวคิดเกี่ยวกับ “แก้ว” หรือ “ดวง” ซึ่งสามารถตีความเชื่อมโยงกับแสงสว่าง ความงาม ปัญญา และสิริมงคล เมื่อนำมาใช้กับงานโคม ความหมายของลายนี้จะสัมพันธ์กับบทบาทของโคมในฐานะเครื่องให้แสงและเครื่องบูชา กล่าวคือ แสงจากโคมไม่ได้เป็นเพียงแสงทางกายภาพ แต่ยังสื่อถึงแสงแห่งปัญญาและความเจริญรุ่งเรืองด้วย

ลายกระจังตาอ้อย เป็นลายประดับที่มีรูปทรงต่อเนื่องเป็นจังหวะ คล้ายตาอ้อยหรือกลีบพืช นิยมใช้ตกแต่งขอบหรือแนวกรอบของงานศิลปกรรม ลักษณะของลายให้ความรู้สึกอ่อนช้อย เป็นระเบียบ และสัมพันธ์กับธรรมชาติ เมื่อนำมาประดับโคม จะช่วยเพิ่มความละเอียดประณีตและทำให้โคมมีความงามแบบงานช่างดั้งเดิม

กล่าวได้ว่า ลวดลายบนโคมล้านนาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โคมมีคุณค่ามากกว่าสิ่งประดับตกแต่งทั่วไป เพราะลายแต่ละแบบสะท้อนทั้งความงาม ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นลายดอกบัวที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ ลายดอกจอกที่สื่อถึงความอ่อนช้อย ลายสัตว์สิบสองราศีที่เชื่อมโยงกับคติปีเกิด ลายกระจังที่แสดงความประณีต ลายดวงตะวันที่สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งเรือง หรือลายประดับล้านนาอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมความเป็นมงคล เมื่อลวดลายเหล่านี้ประกอบกับโครงไม้ไผ่ กระดาษ ผ้า และแสงไฟ โคมล้านนาจึงกลายเป็นงานหัตถกรรมที่รวมศิลปะ ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวล้านนาไว้อย่างงดงาม

ในด้านเศรษฐกิจชุมชน โคมล้านนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มผู้ผลิต กลุ่มลูกค้าสำคัญ ได้แก่ ร้านค้าหัตถกรรม ร้านของฝาก หน่วยงานราชการ ผู้จัดงานประเพณี และผู้ที่สนใจศิลปวัฒนธรรมล้านนา ช่องทางจำหน่ายมีทั้งการขายโดยตรง การรับสั่งทำตามแบบ การออกงานแสดงสินค้า และการฝากจำหน่ายผ่านร้านค้า อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของตลาดทำให้กลุ่มผู้ผลิตต้องปรับตัวมากขึ้น ทั้งด้านรูปแบบสินค้า การควบคุมคุณภาพ การสร้างเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ และการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่

การพัฒนาโคมล้านนาในอนาคตจึงไม่ควรมุ่งเพียงการผลิตให้ได้จำนวนมากเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับการรักษาคุณค่าดั้งเดิมควบคู่กับการออกแบบให้ร่วมสมัยมากขึ้น เช่น การปรับขนาด สีสัน และรูปแบบการใช้งานให้เหมาะกับบ้าน ร้านอาหาร โรงแรม หรือพื้นที่จัดแสดงทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ การเล่าเรื่องราวของช่าง สถานที่ผลิต ขั้นตอนการทำ และความหมายของลวดลาย จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้ซื้อเพียงสิ่งของ แต่ยังสนใจเรื่องราวและคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังชิ้นงาน

กล่าวโดยสรุป โคมล้านนาเป็นมากกว่างานประดิษฐ์หรือของตกแต่ง แต่เป็นงานหัตถกรรมที่เชื่อมโยงวิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ ความเชื่อ และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน กรณีของกลุ่มสะล่าสันทรายแสดงให้เห็นว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าได้ หากมีการจัดการที่เหมาะสม ทั้งด้านการผลิต การตลาด และการสืบทอดทักษะให้แก่คนรุ่นใหม่ โคมล้านนาจึงไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน แต่ยังเป็นสื่อสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ล้านนาให้คงอยู่และร่วมสมัยต่อไป

เอกสารอ้างอิง APA 7

รณสิงห์ รือเรือง. (2549). แนวทางการพัฒนากลุ่มสะล่าสันทราย ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยแม่โจ้].

ญาตาวีมินทร์ พืชทองหลาง, และประทีป พืชทองหลาง. (2561). โคมล้านนา: รูปแบบการผลิตแบบดั้งเดิมและประยุกต์สมัยใหม่เชิงพาณิชย์. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 43(2), 187–216.

ศูนย์สนเทศภาคเหนือ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (ม.ป.ป.). การทำโคมยี่เป็ง. ฐานข้อมูลประเพณีล้านนา.

หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่. (ม.ป.ป.). องค์ความรู้: วัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาวล้านนาไทย เรื่อง โคมล้านนา. กรมศิลปากร.

Yaowapa Khueankham
Information Specialist at Maejo University Archives

    นาฏศิลป์: ศิลปะแห่งการแสดงที่สะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทย

    Previous article

    You may also like

    More in Artist