นวัตกรรมและการบริหารฉบับ “ดร.สิทธิกรณ์ อยู่แจ่ม”: จากงานวิจัยประมงแม่โจ้ สู่ธุรกิจระดับสากล จากห้องปฏิบัติการสู่ภาคธุรกิจ
ดร.สิทธิกรณ์ อยู่แจ่ม ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้สำเร็จการศึกษาด้านการประมงและเทคโนโลยีการประมงทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ที.ดี เมติกส์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย พัฒนา และรับผลิตเครื่องสำอาง–อาหารเสริมครบวงจร โดยนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาต่อยอดสู่ธุรกิจจริง ภายใต้มาตรฐานการผลิตระดับสากล และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของศิษย์เก่าที่สร้างคุณค่าให้แก่มหาวิทยาลัยและสังคมไทยอย่างโดดเด่น
ในเส้นทางของการพัฒนางานวิจัยสู่ภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ชื่อของ ดร.สิทธิกรณ์ อยู่แจ่ม นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการประมง และนวัตกรรมการแปรรูปมาต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจที่มีมาตรฐานและแข่งขันได้ในระดับสากล
ดร.สิทธิกรณ์ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้อย่างต่อเนื่องทั้ง 3 ระดับ ได้แก่
ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (การประมง)
ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการประมง)
ปริญญาเอก วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (เทคโนโลยีการประมง)
จากพื้นฐานความรู้ที่สั่งสมมาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี สู่การทำวิจัยเชิงลึกในระดับบัณฑิตศึกษา ทำให้เขามองเห็นโอกาสของการนำงานวิชาการออกจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการพัฒนาสารสกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม

จุดเริ่มต้นของแนวคิดผู้ประกอบการ
ดร.สิทธิกรณ์มีความตั้งใจด้านการทำธุรกิจมาตั้งแต่วัยเรียน โดยมองว่าศาสตร์ด้านการประมงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเลี้ยงสัตว์น้ำเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่ภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพได้อีกมาก แรงบันดาลใจสำคัญมาจากการได้เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการแปรรูปผลผลิต ซึ่งทำให้เขาเริ่มสนใจการนำสาหร่ายและพืชน้ำมาศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพ เพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ได้จริงในตลาด แนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเชื่อมระหว่าง “งานวิจัย” กับ “ธุรกิจนวัตกรรม” อย่างชัดเจน
ประสบการณ์วิชาการและงานวิจัย
ตลอดเส้นทางการศึกษา ดร.สิทธิกรณ์ได้สะสมทั้งประสบการณ์ฝึกอบรม การนำเสนอผลงานวิชาการ และการตีพิมพ์ผลงานวิจัย โดยเคยเข้าร่วมโครงการพัฒนาผู้ประกอบการและโครงการบ่มเพาะธุรกิจหลายหลักสูตร เช่น Research to Market (R2M), Young Entrepreneur Support (Y.E.S.) และการอบรมตามรูปแบบ CEFE เพื่อเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่
ในด้านงานวิชาการ เขาเคยนำเสนอผลงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ งานวิจัยเกี่ยวกับการเสริมน้ำมันปลาเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตและปริมาณโอเมก้า 3 ในปลา รวมถึงผลงานด้านการเพิ่มมูลค่าสาหร่ายพวงองุ่นในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ซึ่งสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและนวัตกรรมจากทรัพยากรชีวภาพอย่างเด่นชัด
ก้าวสู่ภาคธุรกิจในฐานะผู้บริหาร
ปัจจุบัน ดร.สิทธิกรณ์ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ที.ดี เมติกส์ จำกัด บริษัทที่มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การสกัดสารสำคัญ การพัฒนาสูตร ไปจนถึงการผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป เพื่อรองรับผู้ประกอบการและเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างมีมาตรฐาน
บริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 ได้ยื่นขอใช้สิทธิในการสกัดสารสำคัญจากสาหร่ายเตาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อนำไปสู่การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสารสกัดสาหร่ายน้ำจืดในเชิงพาณิชย์ ต่อมาในช่วงปี 2562–2567 บริษัทสามารถผลิตแบรนด์เครื่องสำอางได้กว่า 50 แบรนด์ และแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกว่า 20 แบรนด์

จุดเด่นของบริษัท เอส.ที.ดี เมติกส์ จำกัด
บริษัท เอส.ที.ดี เมติกส์ จำกัด มีจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญในการรับผลิตแบบครบวงจร ทั้งกลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตลอดจนผลิตภัณฑ์อาหารในรูปแบบต่าง ๆ โดยเน้นการพัฒนาสูตรเฉพาะ การคัดสรรส่วนผสมที่มีข้อมูลวิจัยรองรับ และการผลิตภายใต้มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค
จากเอกสารบริษัท ยังระบุถึงมาตรฐานสำคัญที่องค์กรให้ความสำคัญ ได้แก่
ISO 9001 ด้านระบบบริหารคุณภาพ
ISO 22716:2007 มาตรฐานหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง
GHP Codex ด้านสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร
ในปี 2567 บริษัทได้รับการรับรอง ISO 22716:2007 ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับโรงงานสู่มาตรฐานสากล และสะท้อนความพร้อมในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การต่อยอดงานวิจัยสู่ตลาดจริง
อีกหนึ่งภาพสะท้อนความสำเร็จของ ดร.สิทธิกรณ์ คือการนำองค์ความรู้เชิงวิจัยไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงในตลาด โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในเชิงพาณิชย์ บทสัมภาษณ์ระบุถึงการทำงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำในการคัดเลือกสารสกัดธรรมชาติที่มีศักยภาพสูง เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก “มะม่วงหาวมะนาวโห่” เพื่อใช้ในกลุ่มความงามและสุขภาพ รวมถึงการสร้างแบรนด์และแนวทางผลิตภัณฑ์ของบริษัทเอง
แนวคิดสำคัญของเขาคือการทำให้ “งานวิจัยไม่อยู่เพียงบนหิ้ง” แต่สามารถเปลี่ยนเป็นสินค้า บริการ และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญของนักวิจัยรุ่นใหม่และผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในยุคปัจจุบัน
วิสัยทัศน์และแนวคิดการบริหาร
ในมุมมองของการบริหารองค์กร ดร.สิทธิกรณ์ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย การวิเคราะห์ปัญหาอย่างรอบด้าน และการกล้าตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและประสบการณ์ เขามองว่าผู้บริหารต้องเป็น “นักแก้ปัญหา” ที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และต้องไม่หยุดเรียนรู้ตลอดเวลา
ข้อคิดสำคัญที่สะท้อนตัวตนและแนวทางการทำงานของเขา คือความเชื่อที่ว่า “ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง” ซึ่งเป็นแนวคิดที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

ความภาคภูมิใจของศิษย์เก่าแม่โจ้
เส้นทางของ ดร.สิทธิกรณ์ อยู่แจ่ม เป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง ทั้งในมิติของวิชาการ นวัตกรรม และมาตรฐานการผลิตระดับสากล นับเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยแม่โจ้และเป็นแบบอย่างของศิษย์เก่าที่ใช้ความรู้ ความเพียร และวิสัยทัศน์ในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างแท้จริง