คุณพระช่วงเกษตรศิลปาการ

  • อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ “บิดาเกษตรแม่โจ้”

    อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ “บิดาเกษตรแม่โจ้”

    by

    |

    in

    อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปะการ(ช่วง โลจายะ) ขอเทิคพระคุณและบูชาบูรพาจารย์ อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปะการ(ช่วงโลจายะ) “บิดาเกษตรแม่โจ้” ผู้บุกเบิกงานหนักเพื่อสร้างแม่โจ้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรของประเทศไทย เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๔๒  ปีกุน รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๘ ณ บ้านแข่ ตำบลพระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นบุตรคนเล็กในจำนวนพี่น้องสองคนของร้อยเอก หลวงศรีแผ้ว ร.น. (ขาว โลจายะ)กับนางทองหยด โลจายะ   การศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนวัดทรงธรรม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการและระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมัธยมวัดสุทัศน์ วัดราษฎร์บูรณะ และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตามลำดับ ระหว่างเรียนที่สวนกุหลาบในชั้นมัธยม ๗ และ ๘ นั้น นับเป็นนักเรียนที่เรียนเก่ง โดยได้คะแนน เป็นลำดับที่ ๑ ของชั้น ได้นั่งโต๊ะเรียนพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๖ มาโดยตลอด ต่อมาได้รับทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ (Universtiy of the Phillipines at Los…

  • “ความรู้สึกของข้าพเจ้าต่อสถาบันแม่โจ้”

    “ความรู้สึกของข้าพเจ้าต่อสถาบันแม่โจ้”

    by

    |

    in

    “ความรู้สึกของข้าพเจ้าต่อสถาบันแม่โจ้” โดย นายอนันต์ โกเมศ ข้าพเจ้าคิดว่ามีคนจํานวนไม่น้อยที่รู้จักและคุ้นเคยกับคําว่า “แม่โจ้” ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางการเกษตรที่เก่าแก่สถาบันหนึ่งของประเทศไทย ที่ได้ผลิตนักศึกษาหรือบุคคลากรด้านเกษตรออกไปประกอบอาชีพในสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งในภาคเอกชนด้วยเป็นจํานวนมาก ข้าพเจ้าก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้ผ่านการศึกษาจากสถาบันนี้ ซึ่งในขณะนั้น “แม่โจ้” มีฐานะเป็น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีหลักสูตร 2 ปี เมื่อสําเร็จแล้วบางท่านก็ออกไปประกอบอาชีพรับราชการตามกรมต่าง ๆ และประกอบอาชีพส่วนตัวก็มีมาก และที่เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็มีเป็นบางส่วน และมีส่วนน้อยที่ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยอื่น เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงแม้ว่าจะแยกย้ายกันไปหลังจากสําเร็จการศึกษาแล้วก็ตาม แต่ความผูกพันต่อสถาบันแม่โจ้ ต่อเพื่อนร่วมชั้นและร่วมสถาบันยังคงมีอยู่อย่างแน่นแฟ้นและมิได้เลือนลางไปจากจิตใจของทุกคน ถ้าจะพูดถึงสปิริตแล้วลูกแม่โจ้ทุกคนมีสปิริตสูง พร้อมที่จะสละทั้ง   กําลังใจ กําลังกาย และกําลังทรัพย์ เพื่อจรรโลงสถาบันและเพื่อนร่วมสถาบันเมื่อคราวจําเป็น ซึ่งจะหาสถาบันอื่นมาเปรียบเทียบได้ยาก ข้าพเจ้ากล้ากล่าวเช่นนี้ได้ก็เพราะว่า ข้าพเจ้าได้ผ่านสถาบันการศึกษามาหลายแห่ง แต่ไม่มีสถาบันใดที่ข้าพเจ้าจะมีจิตใจผูกพันแนบแน่นเหมือน “แม่โจ้” ทั้งนี้อาจจะเนื่องจากการศึกษาที่แม่โจ้ในสมัยนั้นเป็นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้พักอยู่ร่วมกัน ปฏิบัติงานด้วยความลําบากและศึกษาร่วมกัน และต่อสู้กับความเจ็บไข้ได้ป่วยร่วมกัน ทุกคนอดทน หนักเอาเบาสู้ สมบุกสมบัน ไม่อ่อนแอทั้งกายและใจ รู้จักกันทั่วถึง จึงไม่เป็นที่แปลกใจเลยที่ลูกแม่โจ้ทุกคนต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกันไม่ว่าจะแยกย้ายกันไปอยู่ที่ใดไปเล็กหรือไปใหญ่ที่ไหน เมื่อได้ยินคําว่า “แม่โจ้” ความรู้สึกเก่าก่อนก็กลับมาสู่จิตใจ รวมทั้งความรักความผูกพันต่อกันต่อแม่โจ้กลับมาสู่สํานึกอย่างเต็มเปี่ยม…

  • แม่โจ้ในความทรงจำของข้าพเจ้า

    แม่โจ้ในความทรงจำของข้าพเจ้า

    by

    |

    in

    แม่โจ้ในความทรงจำของข้าพเจ้า ประเทือง ประทีปะเสน ข้าพเจ้าเผอิญได้มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในแม่โจ้ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2482 เริ่มเข้าไปอยู่ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าสถานีทดลองภาค 5 แทนคุณยอด (George) คมสัน ก่อนที่จะเดินทางไป ก็ได้รับคําบอกเล่าที่สับลนทั้งทางดีและทางร้าย โดยที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม คําบอกเล่าในทางดีก็มีในแง่ว่าได้ไปอยู่ในเมืองคนงาม มีแต่ความสงบเรียบร้อย สนุกสนาน ในแง่ร้ายก็คือ ไปอยู่แม่โจ้ก็เหมือนถูกเนรเทศ ในโรงเรียน (เตรียมวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) มีแต่เด็กนักเลงเกเร โรงเรียนก็อยู่ห่างจากตัวเมืองตั้ง 17 กิโลเมตร ถนนติดต่อจากตัวเมืองก็ขรุขระ มีแต่ฝุ่นในฤดูแล้ง และมีแต่โคลนในฤดูฝน บริเวณสถานีทดลองและโรงเรียนก็เป็นที่ๆ แห้งแล้งปลูกอะไรไม่ค่อยขึ้น ทั้งที่ข้าพเจ้าผ่านวิทยาลัยเกษตรที่มีชื่อว่าเป็นที่ ๆ ลําบากมากก็ยังอดหวั่นไหวไม่ได้ จึงเตรียมตัวไปพอสมควรแก่ที่คิดว่าจะไปอยู่ในที่กันดาร มีมุ้ง ที่นอน ถ้วยโถโอชามและมีเด็ก (หนุ่ม) ไปด้วย 1 คน เพื่อจะได้ไปหุงหารับประทาน ข้าพเจ้าเดินทางโดยรถด่วนเชียงใหม่ชั้น 2 นอน (ตามสิทธิข้าราชการชั้นโทอันดับ 1) และจําได้ว่าไปนั่งอยู่กับข้าราชการอีกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้พิพากษาถูกย้ายไปประจําแม่ฮ่องสอน (ภายหลังทราบว่าเป็นบิดาอาจารย์ประวัติ สายทองสุก และไปเสียชีวิตด้วยไข้มาเลเลียที่แม่ฮ่องสอน) ต่างก็สนทนากันไปถึงที่ ๆ…