การเพาะเลี้ยงกบนาบนพื้นที่สูง

ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงกบถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพทางการเกษตรที่ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกบเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ใช้ระยะเวลาเลี้ยงไม่นาน เจริญเติบโตเร็ว และใช้อาหารในปริมาณไม่มาก อีกทั้งยังสามารถจำหน่ายได้หลายรูปแบบ ทั้งลูกอ๊อด ลูกกบ และกบขนาดใหญ่ ทำให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความต้องการบริโภคกบทั้งภายในประเทศและต่างประเทศยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กบในธรรมชาติกลับลดจำนวนลงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการใช้สารเคมีทางการเกษตร ส่งผลให้การเพาะเลี้ยงกบกลายเป็นอีกแนวทางสำคัญในการทดแทนทรัพยากรธรรมชาติ

รูปแบบการเลี้ยงกบ

การเลี้ยงกบโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

  • การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายกบขนาดใหญ่ เป็นการเลี้ยงกบตามฤดูกาล เมื่อกบโตได้ขนาดจึงจับจำหน่ายทั้งหมด ส่วนใหญ่มักเลี้ยงเพื่อบริโภคภายในครัวเรือนและจำหน่ายบางส่วน
  • การเลี้ยงแบบครบวงจร เป็นการการเพาะพันธุ์กบ คัดพ่อแม่พันธุ์ อนุบาลลูกอ๊อด และเลี้ยงกบทุกช่วงอายุควบคู่กันไป ซึ่งสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องและเหมาะสำหรับการทำเป็นอาชีพในระยะยาว

พันธุ์กบที่นิยมเลี้ยง

กบที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทยสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  • กบพันธุ์พื้นเมืองที่นิยม ได้แก่ กบนา กบจาน และกบภูเขาหรือเขียดแลว โดยกบนาเป็นพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด เนื่องจากเลี้ยงง่ายและตลาดมีความต้องการสูง ส่วนกบจานมีขนาดใหญ่กว่ากบนาเล็กน้อย ขณะที่กบภูเขาหรือเขียดแลวเป็นกบขนาดใหญ่ที่พบในพื้นที่ภูเขา
  • กบพันธุ์ต่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการเพาะเลี้ยง คือ กบบูลฟร็อก ซึ่งเป็นกบขนาดใหญ่ โตเร็ว และให้ผลผลิตน้ำหนักดี จึงเหมาะสำหรับการเลี้ยงเชิงการค้า

การเลือกสถานที่เลี้ยงกบ

สถานที่เลี้ยงกบควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำสะอาด มีระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสม และควรเป็นพื้นที่ดอนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้ควรอยู่ใกล้แหล่งอาหารและตลาด เพื่อความสะดวกในการจัดการต้นทุนและการจำหน่ายผลผลิต สำหรับรูปแบบบ่อเลี้ยงกบนั้นสามารถเลือกใช้ได้หลายลักษณะ เช่น บ่อซีเมนต์ บ่อดิน กระชังบก กระชังน้ำ หรือคอกเลี้ยงกบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความเหมาะสมของพื้นที่

การเพาะขยายพันธุ์กบ

การเพาะพันธุ์กบเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ได้ลูกกบที่แข็งแรง โดยควรเลือกพ่อแม่พันธุ์จากต่างแหล่งกัน เพื่อป้องกันปัญหาเลือดชิด ซึ่งอาจทำให้กบโตช้าและมีลักษณะผิดปกติ พ่อพันธุ์ควรมีอายุอย่างน้อย 8 เดือน ส่วนแม่พันธุ์ควรมีอายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป และควรมีน้ำหนักประมาณ 400–500 กรัม รวมถึงต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรค การผสมพันธุ์กบสามารถทำได้ทั้งแบบธรรมชาติและแบบฉีดฮอร์โมน

  • แบบธรรมชาติจะปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงในบ่อที่จัดสภาพแวดล้อมให้คล้ายธรรมชาติ
  • แบบฉีดฮอร์โมนจะช่วยกระตุ้นให้กบวางไข่ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การอนุบาลและให้อาหารลูกกบ

ในช่วงแรกของการอนุบาล ลูกอ๊อดยังไม่จำเป็นต้องให้อาหาร หลังจากนั้นจึงเริ่มให้อาหารละเอียด เช่น ไข่ต้มบด อาหารผง หรือไข่ตุ๋น เมื่อกบมีอายุมากขึ้นจึงเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ดตามขนาดตัว พร้อมทั้งคัดขนาดกบเป็นระยะ เพื่อลดการแย่งอาหารและช่วยให้กบเจริญเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ

ข้อดีของการเลี้ยงกบบนพื้นที่สูง

การเลี้ยงกบบนพื้นที่สูงมีข้อดีคือสามารถใช้วัสดุและพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญสำหรับชุมชนบนดอย นอกจากนี้ต้นทุนการเลี้ยงยังไม่สูงมาก และสามารถพัฒนาเป็นอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้ จากการศึกษาพบว่า รูปแบบการเลี้ยงที่เหมาะสมและต้นทุนต่ำสำหรับพื้นที่สูง คือ การเลี้ยงในกระชังบกและยางรถยนต์ เนื่องจากดูแลจัดการง่าย ใช้งบประมาณไม่มาก และเหมาะสำหรับการเลี้ยงในระดับครัวเรือน

สรุป

การเพาะเลี้ยงกบนาบนพื้นที่สูงเป็นอีกหนึ่งอาชีพทางการเกษตรที่น่าสนใจ เพราะกบเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ใช้เวลาเลี้ยงไม่นาน และสามารถสร้างรายได้ได้หลายรูปแบบ ทั้งการจำหน่ายลูกอ๊อด ลูกกบ และกบขนาดใหญ่ หากมีการจัดการที่เหมาะสมก็สามารถพัฒนาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนบนพื้นที่สูงได้ในอนาคต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนภายในชุมชน และลดการจับกบจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปด้วย

ข้อมูลการติดต่อ

ผู้แต่ง : รองศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ และนายเทพพิทักษ์ บุญทา

คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้้า มหาวิทยาลัยแม่โจ้

โทร : 053-875100-3

เว็บไซต์ : http://www.fishtech.mju.ac.th/

เอกสารฉบับเต็ม