นวัตกรรม

  • เครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้า ระดับชุมชนนำร่อง

    เครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้า ระดับชุมชนนำร่อง

    การพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้าเพื่อเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุปาล์มน้ำมัน การจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการเพาะปลูกปาล์มน้ำมันเป็นความท้าทายสำคัญของเกษตรกรไทย ด้วยปริมาณทางใบและทะลายปาล์มที่เหลือทิ้งจำนวนมากในแต่ละปี ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงได้พัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้าระดับชุมชนนำร่อง เพื่อแปรรูปเศษวัสดุเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นวัตกรรมการแปรรูปเศษวัสดุปาล์มน้ำมัน เครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสที่พัฒนาขึ้นมีขนาด 500 กิโลกรัม ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่ ห้องเผาไหม้ ปล่องไฟ ห้องไพโรไลซีส และชุดควบแน่น โดยมีการออกแบบพิเศษให้ห้องเผาไหม้มีการสูญเสียความร้อนต่ำที่สุด และระบบควบแน่นที่มีประสิทธิภาพสูงในการดักจับสารระเหย ทำให้ได้ผลผลิตทั้งน้ำส้มควันไม้และน้ำมันชีวภาพในปริมาณสูง ผลการศึกษาและประสิทธิภาพการผลิต การทดสอบภายใต้อุณหภูมิ 450 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 120 นาที พบว่าเครื่องมีประสิทธิภาพการทำงานประมาณ 55% โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์จากทางใบและทะลายปาล์มได้ดังนี้: ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณภาพดี โดยเฉพาะถ่านชีวภาพที่มีคุณสมบัติเด่นคือมีปริมาณคาร์บอนคงตัวสูง ค่าความร้อนดี และมีความเป็นรูพรุนสูง เหมาะสำหรับการใช้เป็นเชื้อเพลิงและสารปรับปรุงดิน ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์พบว่า การแปรรูปผลิตภัณฑ์ขั้นสูงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยเฉพาะการผลิตดินปลูกผสมมูลไส้เดือนร่วมกับน้ำส้มควันไม้กลั่น มีระยะเวลาคืนทุนต่ำกว่า 1 ปี ในขณะที่การผลิตถ่านชีวภาพอัดแท่งและน้ำส้มควันไม้กลั่นมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1.2 ปี ผลกระทบต่อชุมชน โครงการนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนหลายด้าน ได้แก่: บทสรุป เครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้าระดับชุมชนนำร่องนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแก้ปัญหาการจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการเพาะปลูกปาล์มน้ำมัน พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้แก่ชุมชน นับเป็นต้นแบบของการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับชุมชนเกษตรกรรมอย่างแท้จริง ผู้รับผิดชอบโครงการ:ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิกราน…

  • ธนาคารปูม้าต้นแบบ กับ เทคโนโลยีการเพาะฟัก จับปิ้งไข่ปูม้า เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ 
  • การใช้ประโยชน์จากใบเสม็ดเพื่อเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ “ครีมเจลเสม็ดขาว” และ “สบู่เสม็ดขาว”