ฐานเรียนรู้

  • ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชสมุนไพรอินทรีย์

    ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชสมุนไพรอินทรีย์

    “ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชสมุนไพรอินทรีย์” เป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการผลิตพืชสมุนไพรอินทรีย์ ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชสมุนไพรอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นฐานเรียนรู้ที่มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการผลิตพืชสมุนไพรในระบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ผู้สนใจได้เรียนรู้กระบวนการผลิตพืชสมุนไพรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การปลูก การดูแล การจัดการตามมาตรฐานอินทรีย์ ไปจนถึงการนำพืชสมุนไพรไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฐานเรียนรู้นี้มีความสำคัญต่อการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ด้านพืช โดยเฉพาะพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน และเชิงพาณิชย์ ภายในศูนย์มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการการผลิตพืชสมุนไพรอินทรีย์ตามมาตรฐาน IFOAM เช่น ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน กระชายดำ กระชายขาว ไพล บัวบก ฟ้าทะลายโจร มะกรูด ดีปลี และว่านหางจระเข้ โดยมีทั้งการผลิตภายนอกและภายในโรงเรือน จุดเด่นของศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ คือการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการผลิตพืชสมุนไพรอินทรีย์เข้ากับการอารักขาพืช โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีการใช้พืชสมุนไพรและสารสกัดจากพืชสมุนไพรเพื่อใช้ในการเกษตร แนวทางดังกล่าวช่วยสนับสนุนการลดการพึ่งพาสารเคมี และส่งเสริมการจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากการผลิตพืชสมุนไพรแล้ว ศูนย์เรียนรู้ยังให้ความสำคัญกับการสกัดสารสำคัญจากพืช โดยเฉพาะการสกัดน้ำมันหอมระเหยด้วยวิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่พืชสมุนไพร และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนรู้เข้าใจการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น อีกหนึ่งองค์ความรู้สำคัญของฐานเรียนรู้นี้ คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากตะไคร้หอมอินทรีย์ โดยถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่การปลูก การสกัดสารสำคัญ ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งเหมาะสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่ต้องการเรียนรู้การสร้างมูลค่าเพิ่มจากพืชสมุนไพรอินทรีย์ กล่าวได้ว่า ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชสมุนไพรอินทรีย์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยเชื่อมโยงงานวิชาการด้านเกษตรอินทรีย์กับการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรอย่างครบวงจร ทั้งด้านการผลิต…

  • ฐานเรียนรู้นวัตกรรมการจัดการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบแยกเพศ (Mono-Sex)

    ฐานเรียนรู้นวัตกรรมการจัดการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบแยกเพศ (Mono-Sex)

    ฐานเรียนรู้นวัตกรรมการจัดการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบแยกเพศ หรือ Mono-Sex เป็นฐานเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการผลิตอาหารปลอดภัย และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกร นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปสามารถเรียนรู้แนวทางการจัดการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอย่างเป็นระบบ และนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้จริง กุ้งก้ามกราม หรือ Giant Freshwater Prawn เป็นกุ้งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และมีการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลายในหลายภูมิภาค โดยแหล่งเลี้ยงสำคัญพบทั้งในภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคเหนือ สะท้อนให้เห็นว่ากุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ในวงกว้าง จุดเด่นของฐานเรียนรู้นี้ คือการนำแนวคิดการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบแยกเพศ หรือ Mono-Sex มาใช้เป็นแนวทางในการจัดการการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยง ลดปัญหาการแข่งขันภายในบ่อ และช่วยให้การจัดการด้านอาหาร น้ำ การเจริญเติบโต และผลผลิตมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น องค์ความรู้นี้จึงมีความสำคัญต่อผู้ที่ต้องการพัฒนาการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามให้มีคุณภาพและสามารถต่อยอดเชิงอาชีพได้ ในด้านอาหาร กุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์น้ำจืดที่ได้รับความนิยมบริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากเนื้อมีรสชาติดี มีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ต้มยำกุ้ง กุ้งเผา และกุ้งทอดกระเทียม จึงเป็นผลผลิตทางประมงที่มีความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ในด้านเศรษฐกิจ การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมีบทบาทสำคัญต่อระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย เพราะสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวนมาก โดยข้อมูลจากสถิติการประมง พ.ศ. 2562 ระบุว่า ผลผลิตกุ้งก้ามกรามจากการเพาะเลี้ยงมีจำนวน…

  • ฐานเรียนรู้แปลงกัญชาเพื่อรักษาโรค ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    ฐานเรียนรู้แปลงกัญชาเพื่อรักษาโรค ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    ฐานเรียนรู้แปลงกัญชาเพื่อรักษาโรค ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นหนึ่งในฐานเรียนรู้สำคัญของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพืชสมุนไพร ระบบเกษตรอินทรีย์ และการวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยฐานเรียนรู้นี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กรมการแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม ในการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาและกัญชง เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในระบบเกษตรอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม จุดเด่นของฐานเรียนรู้นี้ คือการเป็นแปลงปลูกกัญชาทางการแพทย์ขนาดใหญ่ โดยมีการปลูกกัญชาจำนวนทั้งสิ้น 16,700 ต้น ซึ่งได้รับการระบุว่าเป็นแปลงปลูกกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ฐานเรียนรู้นี้จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยีการผลิตพืชสมุนไพร และการจัดการเกษตรอินทรีย์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ภายในฐานเรียนรู้มีการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับพืชกัญชาและกัญชง ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น ลักษณะของกัญชาและกัญชง การนำไปใช้ประโยชน์ การปลูกพืชกัญชา และการจัดการแปลงปลูก รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้รูปแบบการปลูกกัญชานอกโรงเรือน หรือ Outdoor ซึ่งช่วยให้เห็นกระบวนการผลิตในบริบทจริงมากยิ่งขึ้น นอกจากการเรียนรู้ด้านกัญชาและกัญชงแล้ว ฐานเรียนรู้นี้ยังถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตปัจจัยการผลิตพืชในระบบอินทรีย์ เช่น การผลิตปุ๋ยหมักระดับอุตสาหกรรม และการเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อกำจัดขยะอินทรีย์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดการฟาร์มอินทรีย์ ช่วยลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก และสนับสนุนแนวทางการผลิตพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฐานเรียนรู้นี้จึงมีคุณค่าทั้งในด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษา เกษตรกร นักวิชาการ ผู้ประกอบการด้านพืชสมุนไพร และประชาชนที่สนใจการผลิตพืชในระบบอินทรีย์อย่างถูกต้อง ฐานเรียนรู้นี้ยังช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากกัญชาและกัญชงในมิติทางวิชาการและการแพทย์ ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่เหมาะสมและมีหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน กล่าวได้ว่า ฐานเรียนรู้แปลงกัญชาเพื่อรักษาโรค ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ พืชสมุนไพร และงานวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม…

  • ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่

    ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่

    การทำการเกษตรกรรมสมัยใหม่ (Modern Agriculture) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มเสถียรภาพทางด้านอาหารให้กับชุมชน สังคมตลอดจนระดับภูมิภาค ด้วยการเพิ่มปริมาณและปรับปรุงคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรให้มีปริมาณเพียงพอต่อประชากรที่เพิ่มขึ้นตลอดจนลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังเสื่อมโทรมลง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นฐานเรียนรู้ที่มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่ หรือ Modern Agriculture เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน สังคม และภาคการเกษตรในระดับภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ในระบบฟาร์มอย่างเป็นรูปธรรม การเกษตรสมัยใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มผลผลิตเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมแนวคิดด้านเกษตรกรรมยั่งยืน การทำฟาร์มปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์ เกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ และธุรกิจเกษตรครบวงจร ซึ่งล้วนเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรให้สามารถแข่งขันได้ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อความต้องการอาหารของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในยุคที่เทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ระบบการเกษตรจึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างชัดเจน เทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูง เช่น 4G และ 5G ช่วยให้เกิดการพัฒนาเครื่องมือและนวัตกรรมที่สนับสนุนการจัดการฟาร์มได้หลากหลาย ขณะเดียวกัน Big Data ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจด้านการเกษตร หรือ Agriculture Decision Support System: ADSS ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิต บริหารจัดการทรัพยากร และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น…

  • ฐานการเรียนรู้สาหร่ายและแพลงก์ตอน

    ฐานการเรียนรู้สาหร่ายและแพลงก์ตอน

    สาหร่าย แพลงก์ตอน และพืชน้ำ สามารถมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในระบบอย่างยั่งยืน มีประสิทธิภาพสูงและเป็นแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน การเพิ่มมูลค่า ตลอดจนการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ โดยข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการใช้ประโยชน์จากสาหร่าย แพลงก์ตอน และพืชน้ำ เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ได้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผู้ที่สนใจต่อไป ฐานการเรียนรู้สาหร่ายและแพลงก์ตอน เป็นฐานเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับ “สาหร่าย แพลงก์ตอน และพืชน้ำ” ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศน้ำและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยองค์ความรู้ดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสนับสนุนแนวทางการพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้อย่างเป็นรูปธรรม สาหร่ายและแพลงก์ตอนเป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานในห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศน้ำ มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำหลายชนิด โดยเฉพาะในกระบวนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องการอาหารธรรมชาติหรืออาหารเสริมจากแหล่งท้องถิ่น การนำสาหร่าย แพลงก์ตอน และพืชน้ำมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้การผลิตสัตว์น้ำมีความยั่งยืนมากขึ้น จุดเด่นของฐานเรียนรู้นี้ คือการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ทางน้ำเข้ากับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระบบเกษตรอินทรีย์ โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการเป็นอาหารสัตว์น้ำ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรชีวภาพ และการสร้างข้อมูลพื้นฐานสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผู้สนใจทั่วไป ฐานการเรียนรู้สาหร่ายและแพลงก์ตอนยังมีบทบาทในการสนับสนุนการเรียนการสอนของคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ โดยเชื่อมโยงกับรายวิชาหลายด้าน เช่น แพลงก์ตอนวิทยา การเพาะเลี้ยงสาหร่าย เทคโนโลยีด้านสาหร่ายและพืชน้ำ เทคนิคทางชีววิทยาของการประมง และเกษตรเพื่อชีวิต ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและแนวทางประยุกต์ใช้ในงานจริง นอกจากด้านการเรียนการสอนแล้ว ฐานเรียนรู้นี้ยังเป็นพื้นที่บูรณาการงานบริการวิชาการ งานวิจัย และการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน โดยเฉพาะการนำอาหารในท้องถิ่นมาผสมกับสาหร่าย แพลงก์ตอน…

  • ฐานเรียนรู้ปลานิลแปลงเพศ

    ฐานเรียนรู้ปลานิลแปลงเพศ

    ฐานเรียนรู้ปลานิลแปลงเพศ Tilapia Sex Reversal Learning Base

  • ศูนย์ปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

    ศูนย์ปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

    ศูนย์ปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นฐานเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์และการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักในระบบอินทรีย์ โดยต่อยอดจากงานวิจัยที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการความรู้หลายด้านเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการดิน การควบคุมโรคและแมลง เทคโนโลยีด้านเมล็ดพันธุ์ ตลอดจนการนำพันธุกรรมพืชที่รวบรวมโดยคณาจารย์ นักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยแม่โจ้มาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เมล็ดพันธุ์ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการผลิตพืชผัก เพราะคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ส่งผลต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต ความแข็งแรงของต้นพืช และความสำเร็จของการผลิตในระยะยาว ศูนย์แห่งนี้จึงให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ว่า “เมล็ดพันธุ์พืช คือผู้ให้ที่แท้จริง และเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ” โดยเฉพาะในการผลิตผักสดอินทรีย์ ซึ่งต้องอาศัยพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับระบบการผลิตแบบปลอดสารเคมี พันธุ์พืชสำหรับระบบเกษตรอินทรีย์ไม่ควรตอบโจทย์เฉพาะความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการปลูกในระบบอินทรีย์ เช่น ต้านทานโรคและแมลงได้ดี มีระบบรากแข็งแรง หาอาหารเก่ง และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรสามารถผลิตพืชผักอินทรีย์ได้อย่างมั่นคง ฐานเรียนรู้นี้จึงมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการวิจัย การบริการวิชาการ และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร นักศึกษา ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ผู้เข้าศึกษาเรียนรู้สามารถเข้าใจตั้งแต่ความสำคัญของเมล็ดพันธุ์ การคัดเลือกพันธุ์ผักที่เหมาะสม การผลิตเมล็ดพันธุ์ในระบบอินทรีย์ ไปจนถึงการจัดการคุณภาพเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตผักอินทรีย์หรือพัฒนาเป็นอาชีพได้ นอกจากนี้ ศูนย์ปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ ยังสะท้อนแนวทางการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมพืชอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยของมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่จริง ช่วยส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัย สนับสนุนเกษตรกรอินทรีย์ และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับชุมชนและสังคม กล่าวได้ว่า ศูนย์ปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นฐานเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ไทย เพราะเมล็ดพันธุ์ที่ดีไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยการผลิต…

  • ฐานเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องจักรกลเกษตร

    ฐานเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องจักรกลเกษตร

    ฐานเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องจักรกลเกษตร Learning Base and Technology Transfer of Agricultural Machinery

  • ศูนย์พัฒนาเห็ดหลินจือและเห็ดสมุนไพร

    ศูนย์พัฒนาเห็ดหลินจือและเห็ดสมุนไพร

    เห็ดหลินจือเป็นเห็ดสมุนไพรที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักมายาวนานในหลายประเทศแถบเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน โดยนิยมใช้รับประทานเพื่อการดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกาย เห็ดชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ในธรรมชาติ โดยมักพบตามโคนต้นไม้ ทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อน อีกทั้งยังมีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น เห็ดกระด้าง เห็ดหิ้วขอ เห็ดแม่เบี้ยงู เห็ดต้นไม้แห่งชีวิต เห็ดอมตะ และเห็ดศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเห็ดหลินจือในฐานะพืชสมุนไพรที่ผู้คนให้คุณค่ามาอย่างยาวนาน “ศูนย์พัฒนาเห็ดหลินจือและเห็ดสมุนไพรอินทรีย์” เป็นฐานเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่มุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการเพาะเห็ดสมุนไพร โดยเฉพาะเห็ดหลินจือในระบบเกษตรอินทรีย์ ฐานเรียนรู้นี้มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการผลิต การดูแล การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการแปรรูปเห็ดสมุนไพร เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน และการประกอบอาชีพ จุดเด่นของฐานเรียนรู้นี้คือการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้าน “เกษตรอินทรีย์” เข้ากับการพัฒนาเห็ดสมุนไพรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเลือกชนิดเห็ด การเพาะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การควบคุมคุณภาพผลผลิต ไปจนถึงแนวทางการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เหมาะสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้สนใจด้านสมุนไพร นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่ต้องการเรียนรู้การผลิตเห็ดสมุนไพรที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับแนวทางการเกษตรอย่างยั่งยืน นอกจากการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตเห็ดหลินจือแล้ว ศูนย์แห่งนี้ยังสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านสื่อวิดีโอที่เกี่ยวข้อง เช่น การเพาะเห็ดสกุลนางรม การเพาะเห็ดหลินจือแบบอินทรีย์ และการผลิตเห็ดหลินจือในระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งช่วยให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ฐานเรียนรู้ศูนย์พัฒนาเห็ดหลินจือและเห็ดสมุนไพรอินทรีย์ตั้งอยู่ที่สำนักงานฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย…

  • โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (อพ.สธ.-มจ.)

    โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (อพ.สธ.-มจ.)

    มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ โดยเริ่มต้นจากสาเหตุที่ห้วยโจ้ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชุมชน แต่เดิมเคยมีน้ำไหลตลอดปี แต่ในปี พ.ศ. 2520 เริ่มเกิดภาวะแห้งแล้ง โดยเฉพาะหน้าแล้งไม่มีน้ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงได้เสด็จมายังสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ ในวันที่ 2 มีนาคม 2521 มีพระราชกระแสรับสั่งให้สถาบันฯ หาลู่ทางเพื่ออนุรักษ์ และพัฒนาห้วยโจ้เพื่อเป็นแหล่งน้ำ สำหรับการเพาะปลูกในหน้าแล้งให้แก่ราษฎร วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปที่ห้วยโจ้อีกครั้ง และได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้กรมชลประทาน พิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นในบริเวณต้นน้ำ และวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินจากพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศ มาทอดพระเนตร โครงการพระราชดำริบ้านโปง ในบริเวณห้วยโจ้ และบริเวณบ่อน้ำวัดแท่นผาหลวง ได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้สถาบันฯ โดยคณาจารย์ และนักศึกษา ช่วยดูแลรักษาป่าบ้านโปง นอกจากนี้ยังช่วยแนะนำอาชีพแก่ราษฎร และ ให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่ดีที่สุด มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้สนองพระราชดำริ โดยจัดพื้นที่บางส่วนของโครงการอนุรักษ์…