พืชให้สีครามและชีวนวัตกรรม การผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดแท่ง

สีย้อมครามจากพืชธรรมชาติถือเป็นหนึ่งในสีย้อมที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีการใช้พืชที่ให้สีคราม เช่น ห้อม (Strobilanthes cusia) และ คราม (Indigofera tinctoria) ในการย้อมผ้ามาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม กระบวนการผลิตสีครามแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งในด้านความสม่ำเสมอของสี การควบคุมคุณภาพ และการอนุรักษ์พันธุกรรมของพืชที่ใช้ในการผลิต การนำนวัตกรรมชีวภาพเข้ามาปรับใช้ เช่น การใช้เชื้อจุลินทรีย์เพื่อเพิ่มคุณภาพของสีย้อมและป้องกันโรคของพืช จึงเป็นแนวทางสำคัญที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

พืชที่ให้สีครามในจังหวัดแพร่

จังหวัดแพร่เป็นหนึ่งในแหล่งปลูกพืชที่ให้สีครามที่สำคัญของประเทศไทย มีพืชที่ให้สีครามหลายชนิด ได้แก่

  • ห้อมใบใหญ่ (Strobilanthes cusia)
  • ห้อมใบเล็ก (Strobilanthes auriculate)
  • คราม (Indigofera tinctoria)
  • เบิก (Marsdenia tinctoria)

พืชเหล่านี้สามารถนำมาใช้ในการผลิตสีย้อมธรรมชาติ โดยเฉพาะห้อม ซึ่งเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมการย้อมผ้าของจังหวัดแพร่ ห้อมเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและร่มเงา เช่น บริเวณป่าชื้นใกล้แหล่งน้ำ แต่มีข้อจำกัดด้านความไวต่อโรค โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Phytophthora parasitica

นวัตกรรมชีวภาพในการปลูกและผลิตสีย้อมห้อม

การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในกระบวนการปลูกและผลิตสีย้อมจากห้อม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้สารเคมี และป้องกันปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรคของพืชได้ ตัวอย่างของนวัตกรรมที่นำมาใช้ ได้แก่:

  1. การใช้เชื้อเอนโดไฟติกแบคทีเรีย (Endophytic bacteria)
    • เช่น Psenaloxanthomoras spadix MJUP08 และ Bacillus nealsonii MJUP09 ซึ่งช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของราก ลดการเกิดโรครากเน่า และช่วยตรึงไนโตรเจนในดิน
  2. การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma spp.)
    • ป้องกันการเกิดโรครากเน่าโคนเน่าโดยการทำหน้าที่เป็นเชื้อป้องกันเชื้อโรค (biocontrol agent)
    • ใช้ผสมกับปุ๋ยคอกหรือฉีดพ่นบริเวณรากของพืชเพื่อช่วยให้ต้นห้อมแข็งแรง
  3. เทคนิคการปลูกและการดูแลพืชให้ได้ผลผลิตสูง
    • การปลูกห้อมในพื้นที่ร่มเงา 70% ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสุด
    • การตัดแต่งกิ่งอย่างเหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตของใบห้อม
    • การใช้ปุ๋ยชีวภาพช่วยเพิ่มสารอินดิโกในใบห้อม

นวัตกรรมชีวภาพในการผลิตปุ๋ยอัดแท่ง

การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาผลิตปุ๋ยอัดแท่งจากพืชที่ให้สีคราม เช่น ห้อมและคราม ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของพืชเหล่านี้ และส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยวิธีการผลิตปุ๋ยอัดแท่งประกอบด้วย:

  • การใช้จุลินทรีย์เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารของปุ๋ย เช่น แบคทีเรียกลุ่มตรึงไนโตรเจน Rhizobium spp. และ Azospirillum spp.
  • การผสมวัสดุอินทรีย์ที่เหลือจากการผลิตสีคราม เช่น ใบและกิ่งห้อมที่ไม่ได้ใช้ย้อมผ้า
  • กระบวนการหมักปุ๋ยชีวภาพ ที่ช่วยให้ธาตุอาหารในปุ๋ยสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น โดยใช้เชื้อราและแบคทีเรียที่มีประโยชน์

ปุ๋ยอัดแท่งที่ได้สามารถใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับปลูกพืชที่ให้สีครามหรือพืชชนิดอื่น ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินและลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแนวคิด BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมย้อมผ้าธรรมชาติ

การนำเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการปลูกและผลิตห้อม ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมย้อมผ้าธรรมชาติในหลายด้าน ได้แก่:

  • เพิ่มปริมาณและคุณภาพของสีย้อม ทำให้สามารถผลิตสีย้อมธรรมชาติที่มีความคงทนและสีที่สม่ำเสมอมากขึ้น
  • ลดการใช้สารเคมีอันตราย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากสีย้อมธรรมชาติมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • อนุรักษ์พันธุกรรมพืชและความหลากหลายทางชีวภาพ การเพาะปลูกห้อมด้วยวิธีชีวภาพช่วยรักษาพื้นที่ปลูกและพันธุกรรมของพืชให้คงอยู่ต่อไป

การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในการผลิตสีย้อมจากพืชที่ให้สีคราม เป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มคุณภาพและปริมาณของสีย้อมธรรมชาติ ในขณะเดียวกันยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมความยั่งยืนของอุตสาหกรรมสิ่งทอ การพัฒนาเทคนิคการปลูกห้อมโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เช่น แบคทีเรียเอนโดไฟติก และเชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตของห้อมและป้องกันโรคพืช นอกจากนี้ การผลิตปุ๋ยอัดแท่งจากวัสดุเหลือใช้ของพืชที่ให้สีคราม ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย และส่งเสริมการทำเกษตรแบบยั่งยืน


ผู้รับผิดชอบโครงการ:
ชื่อผู้รับผิดชอบ: รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพร จันทร์ฉาย
หน่วยงาน: มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่เฉลิมพระเกียรติ

แหล่งอ้างอิง : https://kb.mju.ac.th/article.aspx?id=4151
เอกสารฉบับเต็ม : https://maejo.link/oDm1