พระช่วงเกษตรศิลปาการ

  • อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปาการ (ช่วง โลจายะ)

    by

    |

    in

    ชีวประวัติ           อำมาตย์โท พระช่วง เกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ) เกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2442 ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 8 ปีกุน ที่บ้านแช่ ตำบลพระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นบุตรของ ร.อ.หลวงศรีพลแผ้ว ร.น. (ขาว โลจายะ) และ นางทองหยด มีพี่น้อง 2 คน ได้แก่          1. หลวงนรการวิสุทธิ์ (นา โลจายะ)          2. พระช่วง เกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ)…

  • อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ “บิดาเกษตรแม่โจ้”

    อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปการ “บิดาเกษตรแม่โจ้”

    by

    |

    in

    อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปะการ(ช่วง โลจายะ) ขอเทิคพระคุณและบูชาบูรพาจารย์ อำมาตย์โท พระช่วงเกษตรศิลปะการ(ช่วงโลจายะ) “บิดาเกษตรแม่โจ้” ผู้บุกเบิกงานหนักเพื่อสร้างแม่โจ้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรของประเทศไทย เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๔๒  ปีกุน รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๘ ณ บ้านแข่ ตำบลพระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นบุตรคนเล็กในจำนวนพี่น้องสองคนของร้อยเอก หลวงศรีแผ้ว ร.น. (ขาว โลจายะ)กับนางทองหยด โลจายะ   การศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนวัดทรงธรรม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการและระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมัธยมวัดสุทัศน์ วัดราษฎร์บูรณะ และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตามลำดับ ระหว่างเรียนที่สวนกุหลาบในชั้นมัธยม ๗ และ ๘ นั้น นับเป็นนักเรียนที่เรียนเก่ง โดยได้คะแนน เป็นลำดับที่ ๑ ของชั้น ได้นั่งโต๊ะเรียนพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๖ มาโดยตลอด ต่อมาได้รับทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ (Universtiy of the Phillipines at Los…

  • อาจารย์ใหญ่คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ

    อาจารย์ใหญ่คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ

    by

    |

    in

    อาจารย์ใหญ่คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ โดย นายธีระ นาคะธีรานนท์   อาจารย์ใหญ่หรืออาจารย์พระช่วงเกษตรศิลปการ เป็นเสมือนบิดาหรือผู้บุกเบิก “แม่โจ้” ในตําแหน่งราชการท่านคืออาจารย์ใหญ่ ร.ร. ฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ และร.ร.มัธยมวิสามัญเกษตรกรรมแม่โจ้จังหวัดเชียงใหม่ สําหรับโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมเริ่มตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2477 เป็นรุ่นที่ 1 โรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรม เริ่มตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2478 เป็นรุ่นที่ 1 ผู้เขียนจบจากโรงเรียนฝึกหัดครู รุ่นที่ 3 พ.ศ. 2479-2480 โดยเป็นนักเรียนในนามของจังหวัดนครสวรรค์เป็นผู้คัดเลือกส่งไป การเดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์ไปจังหวัดเชียงใหม่ในสมัยนั้นถือว่าเป็นระยะทางที่แสนไกล ได้เดินทางไปโดยรถไฟด่วน จากสถานีปากน้ำโพตอนกลางคืนค่อนข้างดึกมีเพื่อนนักเรียนและครูไปส่งกันพอสมควร จําได้ว่าผู้จากไปมีการร้องไห้ด้วย บนรถไฟด่วนได้พบคณะนักเรียนซึ่งไปเรียนที่แม่โจ้แห่งเดียวกันหลายคน เดินทางถึงเชียงใหม่ตอนกลางวันที่สถานีรถไฟนครเชียงใหม่ มีครูจากโรงเรียนนํารถโดยสารมารอรับพวกเราเพื่อนําคณะเราออกจากเวียงไปแม่โจ้             รถยนต์เป็นรถสองแถวขนาดกลาง 4 ล้อ ด้านข้างบุสังกะสีซึ่งเป็นรถแบบนั้นในสมัยนั้นและเหมือน ๆ กันหมด รถยนต์ถึงแม่โจ้ตอนบ่าย พวกเราได้ยินชาวเชียงใหม่พูดสนทนากันด้วยคําเมืองเป็นครั้งแรก เราไม่รู้เรื่อง ที่จําได้คือ คิง ๆ ฮา ๆ เท่านั้น…

  • พระคุณของครู

    พระคุณของครู

    by

    |

    in

    พระคุณของครู  โดย ศาสตราจารย์ระพี สาคริก                                                                                                    คนเราทุกคน เกิดมาแล้ว…

  • เยาว์วัยในแม่โจ้

    เยาว์วัยในแม่โจ้

    by

    |

    in

    เยาว์วัยในแม่โจ้ โดย ชื่นสุข โลจายะ จําได้ว่าขณะที่อยู่กับคุณพ่อที่แม่โจ้นั้น ดิฉันเพิ่งอายุแค่ 4 ขวบ อยู่ที่นั่นจนกระทั่ง อายุ 6 ขวบ จึงกลับมาอยู่กรุงเทพฯ เราเริ่มต้นที่แม่โจ้ด้วยการอยู่ในบ้านกระต๊อบหลังคามุงด้วยใบตองตึง (ใบพลวง) ใบตองตึงเป็นใบไม้ใหญ่ รูปไข่คล้ายใบหูกวาง เอามาเย็บติดต่อกันเป็นตับๆ คล้ายตับจาก เวลาจะเดินทางจากบ้านแม่โจ้เข้าเมืองเชียงใหม่ บางครั้งไม่มีเกวียนจะนั่งก็ต้องเดิน เอาใบตองตึงมาปิดศีรษะกันแดด ตอนขากลับเข้าแม่โจ้เวลากลางคืน คุณพ่อเอาปืนมาวางบนตัก เกรงจะมีอันตรายกลางทาง เพราะเป็นการเดินทางในป่าที่แสนมืด ช่างน่ากลัวเสียจริง ๆ เด็ก ๆ รู้สึกว่าเป็นเรื่องผจญภัยคล้ายในหนัง คุณพ่อได้ให้คนงานมาหักร้างถางพงและพัฒนาแม่โจ้จนป่ากลายเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ กระต๊อบ ได้กลายเป็นเรือนไม้มีใต้ถุนสูง มีโรงเรียนเป็นเรือนไม้แถวยาวๆ นักเรียนแม่โจ้เริ่มต้นวันแรกมีไม่กี่สิบคน ทุกคนต้องทํางานหนักตรากตรําและต่อสู้กับภัยธรรมชาติอย่างทรหด ผิดกับนักเรียนเกษตรศาสตร์แม่โจ้ในปัจจุบัน ที่ได้นั่งเรียนในตึกหรูหรา รุ่นแรก ๆ ทุกคนยังคงจำดิฉันและน้อง ๆ ได้ดี เพราะเป็นเด็กเล็ก ๆ ที่ทุกคนมาคอยอุ้มหรือแบกใส่บ่าไปเที่ยวชมป่าสนุกสนานเหมือนเป็นน้อง ๆ ของนักเรียนทุกคน  เท่าที่จําชื่อได้ก็มี พี่ถมยา บุณยเกตุ แผ่พืช เทพหัสดินทร์…

  • ข้าพเจ้ากับพระช่วงฯ

    ข้าพเจ้ากับพระช่วงฯ

    by

    |

    in

    ข้าพเจ้ากับพระช่วงฯ โดย ศาสตราจารย์ อินทรีย์ จันทรสถิตย์ ข้าพเจ้ารู้จักคุ้นเคยกับคุณพระช่วงตั้งแต่เรายังเป็นเด็กนักเรียนสวนกุหลาบด้วยกัน ผมอยู่ชั้นสูงกว่าเขา แต่พวกเราที่อยู่ย่านบางลําภู ถนนสิบสามห้าง วัดรังสี ก็มีอีกหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกัน มักจะไปคุยกันที่บ้านคุณพ่อคุณพระช่วงบ้าง ไปฟังเขาเล่นดนตรีกันบ้าง เพราะคุณพระช่วงเป็นนักดนตรีสีซอเก่ง เรื่องการเรียนดูไม่ค่อยจะสนใจกันเท่าใดนัก เพราะรู้จักกันแล้วว่าในชั้นของตัวใครเก่ง ใครไม่เก่ง ใครจะได้ทุนเล่าเรียนหลวง เป็นต้น ฉะนั้นการฝึกในด้านวิชาการ โดยเฉพาะในชั้นมัธยมปีที่ 8 จึงไม่ค่อยได้มาทําเป็นการบ้านนัก ได้รู้จักชอบพอกันมากขึ้นเมื่อเราเข้าศึกษาในวิทยาลัยเกษตรกรรมที่โลสบานโยส ประเทศฟิลิปปินส์ ผมไปเรียนก่อนเขา เขาตามไปทีหลัง เราได้อยู่กินนอนด้วยกันทั้ง 3 ปี สุขด้วยกันทุกข์ด้วยกันและ 3 ปี ดูมันรวดเร็วมาก ผมสําเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2464 ช่วงยังไม่สําเร็จขาดอีกปีหนึ่ง แต่ทางกระทรวงศึกษาธิการก็กรุณาให้เราไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาพร้อมกัน 3 คน มีนายหนู อมาตยกุล ซึ่งไปฟิลิปปินส์พร้อมกับช่วงเขา แต่ไปเรียนเพาะช่าง เดินทางร่วมกันไปโดยเรือไฟ จากมนิลา ผ่านเซี่ยงไฮ้ และแวะอีกหลายเมืองในญี่ปุ่นใช้เวลา 21 วัน ก็ถึงเมืองซีแอตเติล พักอยู่ 2 วัน…