องค์ความรู้
-

เทคนิคการบังคับมัลเบอร์รี่นอกฤดูกาล
in องค์ความรู้มัลเบอร์รี (Mulberry) อยู่ในสกุล Moraceae ชื่อวิทยาศาสตร์ Morus spp. สามารถเจริญเติบโตและ ปรับตัวได้ดีในหลายสภาพภูมิอากาศเป็นที่นิยมบริโภคกัน อย่างแพร่หลาย สามารถรับประทานสดและแปรรูปได้ หลากหลาย เช่น แต่งหน้าเค้ก ทำแยม น้ำมัลเบอร์รีเข้มข้น เทคนิคการโน้มกิ่งและการจัดกิ่งขึ้นค้าง การจัดการกิ่งอย่างเป็นระเบียบและประณีต จะสามารถกระตุ้นให้ออกดอกและติดผลได้ตลอดทั้งปี ทำผลผลิตให้มีคุณภาพดีและสม่ำเสมอ หลังปลูกมัลเบอร์รี่ ให้เลี้ยงกิ่งยอดเพียง 2 กิ่ง ตั้งตรงขึ้นไปเหนือระดับค้าง มีความยาวข้างละประมาณ 1.00-1.50 เมตร โน้มกิ่งทั้งสองลง ด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้กิ่งฉีกขาด เสียหาย โดยค่อย ๆ โน้มลงบนค้าง แล้วผูกด้วยเชือก ที่ยืดหยุ่นได้ เช่น เศษผ้ายืด เทปพลาสติก ผูกเป็น เปลาะ ๆ ไปตามความยาวระดับค้างขนานกับพื้นดิน โดยต้องปล่อยให้ปลายยอดยาว 50-60 ระหว่างที่เลี้ยงกิ่งให้ไต่ขนานบนค้างนี้ ตรงบริเวณโคนกิ่งหรือบริเวณที่ใกล้ ๆ มุมหรือง่ามกิ่งที่แยก ออกไปสองข้าง ซ้าย-ขวา มักจะเกิดกิ่งกระโดง (cane) ขึ้นมาก่อนและแข็งแรงกว่ากึ่งถัดไปควรมีการควบคุมระดับความความสูงไม่ให้ยาวเกินไป…
-

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพแบบไม่พลิกกลับกอง “วิศวกรรมแม่โจ้ 1”
in องค์ความรู้Maejo University Archives · IH-EP.4 การผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพแบบไม่พลิกกลับกอง “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” การผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีใหม่ “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” เป็นการค้นคว้าวิจัยของคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในปี พ.ศ 2552 ได้มีนวัตกรรมใหม่ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่ต้องพลิกกลับกอง ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีได้ในปริมาณมาก ๆ ต่อครั้ง ประมาณ 10-100 ตัน และปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้มีค่ามาตรฐานของปุ๋ยอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2551 ใช้ระยะเวลาในการทำเพียง 60 วัน เรียกวิธีนี้ว่าวิธี “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” ซึ่งเป็นการทำปุ๋ยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีกลิ่นและน้ำเสีย วัตถุดิบที่ใช้มีเพียงเศษพืชกับมูลสัตว์เพียง 2 อย่างเท่านั้น โดยใช้เศษพืชเป็นฟางข้าว หรือเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือผักตบชวา ในอัตราส่วนระหว่างฟางข้าว หรือเศษข้าวโพด หรือผักตบชวา กับมูลสัตว์ ในอัตราส่วน 4 ต่อ 1 โดยปริมาตร และถ้าเป็นเศษใบไม้ใช้อัตราส่วน 3 ต่อ 1 โดยปริมาตร การทำปุ๋ยอินทรีย์…
-

ปลาลูกผสม Silver Catfish เพื่อความมั่นคงด้านอาหารและอาชีพ
in องค์ความรู้ในการพัฒนาสายพันธุ์ปลาหนังลูกผสมชนิดใหม่ (ปลาเทโพ x ปลาสวาย) และสายพันธุ์ปลาลูกผสมแบบ สลับเพศสายพันธุ์ใหม่ (ปลาสวาย x ปลาเทโพ) ที่มีอัตราการผสม อัตราการฟัก และอัตรารอดสูง ดีกว่าปลาสวาย และเทโพ สามารถแยกลักษณะภายนอกของปลาหนังลูกผสม (ปลาสวาย x ปลาเทโพ) กับปลาสวาย ในขนาด 5 นิ้ว ได้ในปลาหนังลูกผสมมีจุดดําที่ครีบหู ความยาวครีบหูและหลัง ลําตัว และหัวกว้างมากกว่าปลาสวายการอนุบาลใน กระชังเป็นเวลา 4 เดือน พบว่า ปลาหนังลูกผสม (ปลาสวาย x ปลาเทโพ) ปลาหนังลูกผสมมีการเจริญเติบโตได้ดีกว่า ปลาสวายและเทโพ ส่วนการเลี้ยงในบ่อดินให้ได้ขนาดตลาดในบ่อขนาด 300 ตารางเมตร อัตราปล่อย 2 ตัว/ตาราง เมตร ขนาด 100 กรัม เลี้ยงนาน 8 เดือน พบว่าได้ น้ำหนักปลาขนาด 1.3 กก. อัตราการโต 5…
-

การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผัก ผลไม้ และสมุนไพร
in องค์ความรู้การแปรรูปเครื่องดื่มพาสเจอร์ไรส์ในภาชนะบรรจุปิด เครื่องดื่มพาสเจอร์ไรส์ที่บรรจุในภาชนะปิดสนิทเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก สามารถผลิตได้ง่ายโดยใช้เครื่องมือ วิธีการที่ไม่ซับซ้อน และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมักเป็นผลิตผลทางการเกษตรที่มีในท้องถิ่น การพาสเจอร์ไรส์เป็นการให้ความร้อนแก่อาหารเพื่อทำลายจุลินทรีย์ก่อโรค มี 2 ระดับ วิธีใช้ความร้อนต่ำ – เวลานาน (LTLT : Low Temperature – Long Time) วิธีนี้ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 62.8 – 65.6 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที วิธีใช้ความร้อนสูง – เวลาสั้น (HTST : High Temperature – Short Time) วิธีนี้ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่าวิธีแรก แต่ใช้เวลาน้อยกว่าคืออุณหภูมิ 71.1 องศาเซลเซียส คงไว้เป็นเวลา 15 วินาที การผลิตน้ำตะไคร้ สูตรการผลิต น้ำ 1 ลิตร ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็ก 100 กรัม ตะไคร้ทุบ 4 ต้น…
-

การผลิตพืชอินทรีย์
in องค์ความรู้Maejo University Archives · IH-EP11 การปลูกพืชอินทรีย์ การจัดเตรียมความพร้อมของสภาพดิน สภาพน้ำ ให้เหมาะสมและเพียงพอต่อการปลูกพืชอินทรีย์ มารู้จักกับดินในพื้นที่ของตนเอง ดินร่วน เป็นดินที่มีเนื้อค่อนข้างละเอียด เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกนุ่มมือ มีสภาพค่อนข้างดีกว่าดินชนิดอื่น ปรุงง่าย ฐานดินดี สามารถระบายน้ำได้ดีปานกลางเหมาะสำหรับกำรปลูกพืชเกือบทุกชนิด แต่ควรระวังเรื่องโรคในดิน ดินทราย เป็นดินที่เมื่อเปียกแล้วยืดหยุ่น ไม่เหมาะกับการปลูกพืชเกือบทุกชนิด แต่เหมาะกับการปลูกพืชหัวบางชนิด เช่น แครท หัวไชท้าว เพราะต้องใช้น้ำในปริมาณที่มากพอสมควร ดินเหนียว เป็นดินที่ไม่ค่อยดีเพราะค่อนข้างแข็ง หากจะใช้งำนต้องผ่านการปรับปรุงดินเยอะที่สุด เหมาะกับการปลูกพืชชนิดข้าว ผักกระเฉด ผักบุ้งแก้ว ดินร่วนปนทราย เป็นดินที่มีเนื้อหยาบเล็กน้อยเหมาะแก่การปลูกพืชหัว ดินเหนียวปนทราย ควรปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยหมักค่อนข้างเยอะเพราะดินชนิดนี้เวลารดน้ำ จะแบ่งชั้นดินระหว่างดินเหนียวและดินทรายทำให้นำมาใช้ประโยชน์ได้ยาก หากจะนำมาใช้งานต้องผ่านการปรุงดินเยอะ เหมาะกับการปลูกพืชเถาบางชนิด เช่น แตงโม ฟักทองบางพันธุ์ เป็นต้น การจัดการทรัพยากรน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของพื้นดิน “ถ้ารู้ว่าน้ำไม่เพียงพอ เราต้องจัดการระบบน้ำให้ดี น้ำไม่เพียงพอรู้ได้อย่างไร ?” สำรวจจากตัวเองก่อนว่าจะปลูกพืชชนิดไหน ใช้น้ำมากน้อยเพียงใด ถ้าน้ำพียงพอ ต่อการเกษตรทั้งปีก็ใช้ได้เลย แต่ถ้าใช้เยอะก็ควรหาแนวทางแก้ไขโดยเราควรประเมินจากพืชก่อน เช่น ผักสลัดจะต้องให้น้ำช่วงเช้า…
-

การผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา
in องค์ความรู้Maejo University Archives · IH-EP13-เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum) สามารถพบได้โดยทั่วไป โดยจะดำรงชีวิตอยู่ในดิน อาศัยเศษซากพืช ซากสัตว์ และแหล่งอินทรียวัตถุเป็นแหล่งอาหาร เจริญได้รวดเร็วบนอาหารเลี้ยงเชื้อ โดยจะสร้างเส้นใยสีขาวและผลิตโคนิเดียหรือสปอร์ รวมเป็นกลุ่มสีขาว เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อราที่ปฏิปักษ์ต่อเชื้อราอื่นที่เป็นสาเหตุของโรคพืชหลายชนิด โดยวิธีแทงรากเข้าสู่ภายในเส้นใยของเชื้อราชนิดอื่นแล้วแย่งกินอาหารของเชื้อราอื่น ๆ รวมถึงการปล่อยเอนไซม์หรือสารปฏิชีวนะเพื่อทำลาย และกินเชื้อราอื่นเป็นอาหาร นอกจากนี้พบว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มา สามารถชักนำให้ต้นพืชสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคและโรคพืชต่าง ๆ ได้ดี วิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา (เชื้อสด) การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดคลุกเมล็ดพืช จะใส่เชื้อสดลงในถุงพลาสติกที่จะใช้คลุกเมล็ดในอัตราส่วน 10 กรัม (1 ช้อนแกง) ต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม เติมน้ำ 10 ซีซี บีบเชื้อสดให้แตกตัว เทเมล็ด 1 กิโลกรัมลงในถุงแล้วเขย่าให้เชื้อสดคลุกเคล้าจนติดผิวเมล็ด นำเมล็ดออกผึ่งลมให้แห้งหรือใช้ปลูกได้ทันที การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดผสมกับน้ำ ในอัตรา 100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรหรือ 250 กรัม (เชื้อสด 1…
-

การผลิตเชื้อราบิวเวอเรีย
in องค์ความรู้Maejo University Archives · IH-EP12-เชื้อราบิวเวอเรีย เชื้อราบิวเวอเรีย (Beauveria bassiasna) เป็นจุลินทรีย์จำพวกเชื้อราทำลายแมลง ซึ่งสามารถทำลายแมลงโดยการผลิตเอนไซม์ที่เป็นพิษต่อแมลงศัตรูพืช และเป็นเชื้อราที่อาศัยและกินเศษซากผุพัง การเข้าทำลายแมลงของเชื้อราบิวเวอเรีย สปอร์เชื้อราจะเข้าสู่ตัวแมลงทางผนังลำตัว รูหายใจ บาดแผล บนลำตัว เมื่อมีความชื้นเที่หมาะสม สปอร์จะแทงทะลุผิวหนังลำตัว และจะงอกสู่ช่องว่างลำตัวหรือออกสู่ภายนอกตัวแมลงเมื่อแมลงตาย สปอร์จะแพร่กระจายไปตามลม ฝนหรือติดกันตัวแมลงตัวอื่น ทำให้เชื้อราจะขยายพันธุ์ต่อไปได้เรื่อย ๆ วิธีการใช้เชื้อราบิวเวอเรีย (เชื้อสด) เชื้อราบิวเวอเรีย 1-2 กิโลกรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร ผสมสารจับใบ (กรองเอาเฉพาะน้ำ) ควรให้น้ำแปลงพืชที่จะควบคุมศัตรูพืชประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนทำการพ่น นำเชื้อราไปฉีดพ่นโดยต้องพ่นให้ถูกตัวแมลงและศัตรูพืช หรือบริเวณที่แมลงศัตรูพืชอาศัยให้มากที่สุด ควรพ่นช่วงเวลาเย็น ซึ่งจะมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา เมื่อพ่นเสร็จแล้ว ควรให้น้ำกับแปลงพืชในวันรุ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความชื้น สำรวจแปลงพืช ถ้ายังพบศัตรูพืชเป้าหมายให้พ่นเชื้อราบิวเวอเรียซ้ำ ข้อดี ไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิตของเกษตรกร ทำให้ทั้งผู้ผลิต, ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ยาวนาน ซ้ำยังแพร่และขยายพันธุ์ได้ในธรรมชาติหากอุณหภูมิและความชื้นเหมาะสม สามารถลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี เพราะการฉีดพ่นเพียง…
-

การผลิตปุ๋ยโบกาฉิเพื่อการเพาะปลูกพืช
in องค์ความรู้Maejo University Archives · Bokashi โบกาฉิ (Bokashi) เป็นคำศัพท์ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า การหมัก (Compost) ซึ่งการทำปุ๋ยโบกาฉินั้นเกิดจากการทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ EM ในรูปแบบน้ำให้เป็นแห้ง ผู้คิดค้นคนแรกคือ ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ สรุปได้ว่า การทำปุ๋ยโบกาฉินั้นเป็นการทำปุ๋ยหมักด้วยอินทรียวัตถุ ที่หมักด้วยจุลินทรีย์ EM เท่านั้น มาประยุกต์ใช้โดยผ่านกระบวนการหมักแบบแห้ง มีการผสมกากน้ำตาลเข้าไปเพื่อช่วยในกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ ก่อนจะหมักด้วยวัตถุดิบตามสูตรจนได้ที่ และนำไปใช้ให้เกิดผลดีในการปรับสภาพโครงสร้างดินให้ร่วนซุยและมีคุณภาพในการเพาะปลูกพืช วัสดุและอุปกรณ์ในการทำ 1. แกลบหยาบ 20 กิโลกรัม 2. มูลสัตว์ 30 กิโลกรัม 3. รำละเอียด 50 กิโลกรัม 4. หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ขยายแล้ว 10 ลิตร 5. น้ำสะอาด 30 ลิตร (ไม่มีส่วนผสมของคลอรีน) วิธีการทำ นำส่วนผสมทุกอย่างคลุกเคล้าให้เข้ากัน โดยนำของแห้งผสมกันก่อน จึงค่อยเติมน้ำสะอาดและหัวเชื้อจุลินทรีย์ลงไป ทำการผสมต่อให้เข้ากัน โดยให้ปุ๋ยมีความชื้นประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์…
-

การเพาะเลี้ยงแหนแดง
in องค์ความรู้Maejo University Archives · IH – EP5 – การเพาะเลี้ยงแหนแดง แหนแดง เป็นพรรณไม้น้ำชนิดลอยบนผิวน้ำ ลักษณะทั่วไปประกอบด้วยลำต้น ราก และ ใบแหนแดงมีลักษณะพิเศษ คือ ใบบน เป็นใบที่มีโพรงใบ ซึ่งเป็นที่อยู่ของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Anabaena azollae) ในลักษณะพึ่งพาอาศัยกัน สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียวที่อาศัยในโพรงใบของแหนแดงสามารถตรึงไนโตรเจนได้ แล้วทำการเปลี่ยนไนโตรเจนให้เป็นแอมโมเนียม ซึ่งแหนแดงสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการเติบโตได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนแหนแดงได้ถึง 2 เท่า ภายใน 3-5 วัน แหนแดงสำหรับปุ๋ยในนาข้าว ใบแหนแดงมีโพรงขนาดเล็กที่เป็นที่อาศัยของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน Anabana azollae ที่สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ ด้วยภายในเซลล์จะมีเอนไซม์ Nitrogenase ซึ่งใช้เหล็ก และโมลิดินั่มสำหรับเป็นโคแฟคเตอร์ในปฏิกิริยา พร้อมกับรีดิวซ์ก๊าซไนโตรเจนให้เป็นแอมโมเนีย และเก็บไว้ในเซลล์ และไนโตรเจนที่ตรึงได้นี้กลายเป็นธาตุอาหารสำคัญในการเติบโตของแหนแดง ทำให้แหนแดงมีคุณสมบัติเป็นปุ๋ยพืชสดได้เหมือนกับพืชตระกูลถั่วอื่นๆ แหนแดงที่อยู่ในสภาพที่เหมาะสม แหล่งอาศัยมีธาตุอาหารสูงจะสามารถเพิ่มจำนวนต้นได้รวดเร็ว โดยในเวลา 30 วัน แหนแดงสามารถเพิ่มจำนวน และเติบโตจนได้ต้นสดได้มากถึง 3 ตัน/ไร่ ซึ่งจะตรึงไนโตรเจนได้ประมาณ 5-10…

