Yaowapa Khueankham

  • คู่มือ นวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำระบบปิด เพื่อการผลิตสัตว์น้ำแบบปลอดภัยและคุณภาพสูง

    คู่มือ นวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำระบบปิด เพื่อการผลิตสัตว์น้ำแบบปลอดภัยและคุณภาพสูง

    หนังสือคู่มือ “นวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำระบบปิดเพื่อการผลิตสัตว์น้ำปลอดภัยและคุณภาพสูง” นี้มีเนื้อหาที่ครอบคลุมเกี่ยวกับนวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำที่เน้นการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยที่จัดทำโดยนักวิจัยจากคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพการเลี้ยงปลาเศรษฐกิจในชุมชนภาคเหนือให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับนวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำใน ระบบหมุนเวียนน้ำ (Recirculating Aquaculture System หรือ RAS) และ ระบบไบโอฟลอค (Biofloc) ซึ่งทั้งสองระบบนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณผลผลิตได้ดีกว่าการเลี้ยงในบ่อดินแบบเดิม ทั้งนี้ยังช่วยลดการใช้น้ำในการผลิต ทำให้การเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จำกัดสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูงขึ้น โดยรายละเอียดของระบบทั้งสองมีดังนี้: 1. การเลี้ยงสัตว์น้ำระบบหมุนเวียนน้ำ (Recirculating Aquaculture System, RAS) ระบบ RAS เป็นเทคนิคการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ใช้น้ำหมุนเวียน ซึ่งผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพดีแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ กระบวนการนี้เหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จำกัด (Land-Based Aquaculture) ภายใต้โดมความร้อน โดยการเลี้ยงในระบบนี้สามารถควบคุมคุณภาพน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้สามารถเลี้ยงปลาในปริมาณที่หนาแน่นได้สูงขึ้น โครงสร้างและระบบบำบัดน้ำของ RAS ประกอบด้วย: การเลี้ยงในระบบ RAS นี้สามารถลดการใช้น้ำได้อย่างมาก และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการของเสีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคุ้มค่าในการผลิต 2. การเลี้ยงสัตว์น้ำระบบไบโอฟลอค (Biofloc) ระบบไบโอฟลอค เป็นนวัตกรรมที่ใช้จุลินทรีย์มาช่วยบำบัดของเสียในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยจุลินทรีย์เหล่านี้จะย่อยสลายของเสียให้กลายเป็นสารอาหารที่สัตว์น้ำสามารถกินได้ ระบบนี้ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและเพิ่มการใช้ประโยชน์จากของเสียในการเลี้ยงสัตว์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้สัตว์น้ำมีสุขภาพดี และอัตราการรอดสูง…

  • แนวทางการผลิตปลาหมอไทยเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม การเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์

    แนวทางการผลิตปลาหมอไทยเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม การเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์

    แนวทางการผลิตปลาหมอไทยเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ ปลาหมอไทย (Climbing Perch, Anabas testudineus) เป็นปลาน้ำจืดที่พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำทุกภาคของประเทศไทย นิยมบริโภคเพราะรสชาติดีและมีราคาสูง โดยตลาดมีความต้องการทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น มาเลเซียและแถบตะวันออกกลาง ปลาหมอไทยเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ทนทานต่อโรคและสภาพภูมิอากาศ ทำให้เหมาะสมกับการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์แบบอินทรีย์ ในปัจจุบัน แนวโน้มผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารที่ปลอดภัยและปราศจากสารเคมี นักเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจึงต้องหาวิธีการเลี้ยงที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และเกษตรกรสามารถใช้ช่องทางนี้เพื่อสร้างรายได้ในวิถีการเลี้ยงแบบอินทรีย์ โดยปลาหมอไทยมีความทนทานสูง สามารถขนส่งและจำหน่ายในรูปแบบปลาสดมีชีวิตได้ การจัดการบ่อเลี้ยงและการปล่อยลูกปลา การเตรียมบ่อเลี้ยงปลาหมอควรเริ่มจากการกำจัดศัตรูปลา วัชพืช และพืชน้ำต่าง ๆ จากนั้นให้หว่านปูนขาว 150-200 กิโลกรัมต่อไร่ และตากบ่อให้แห้ง 2-3 สัปดาห์ เพื่อป้องกันโรคและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาด เมื่อน้ำในบ่อพร้อม การปล่อยลูกปลา ควรเลือกปล่อยในช่วงเช้าหรือเย็น โดยใช้ลูกปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร หรือที่เรียกว่า “ขนาดใบมะขาม” ซึ่งเป็นลูกปลาอายุ 25-30 วัน การให้อาหารและการพัฒนาสูตรอาหาร การให้อาหารปลาหมอไทยต้องสอดคล้องกับช่วงอายุของปลา ซึ่งปกติใช้เวลาประมาณ 90-120 วันในการเลี้ยงให้ได้ขนาดที่ตลาดต้องการ สูตรอาหารที่ใช้มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนและลดต้นทุน โดยมีการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น กล้วยน้ำว้าและถั่วเหลือง มาผสมในอาหารแทนการใช้ปลาป่นบางส่วน พบว่าการใช้กล้วยน้ำว้าช่วยเพิ่มศักยภาพในการเลี้ยง…

  • เครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้า ระดับชุมชนนำร่อง

    เครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้า ระดับชุมชนนำร่อง

    การพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้าเพื่อเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุปาล์มน้ำมัน การจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการเพาะปลูกปาล์มน้ำมันเป็นความท้าทายสำคัญของเกษตรกรไทย ด้วยปริมาณทางใบและทะลายปาล์มที่เหลือทิ้งจำนวนมากในแต่ละปี ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงได้พัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้าระดับชุมชนนำร่อง เพื่อแปรรูปเศษวัสดุเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นวัตกรรมการแปรรูปเศษวัสดุปาล์มน้ำมัน เครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสที่พัฒนาขึ้นมีขนาด 500 กิโลกรัม ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่ ห้องเผาไหม้ ปล่องไฟ ห้องไพโรไลซีส และชุดควบแน่น โดยมีการออกแบบพิเศษให้ห้องเผาไหม้มีการสูญเสียความร้อนต่ำที่สุด และระบบควบแน่นที่มีประสิทธิภาพสูงในการดักจับสารระเหย ทำให้ได้ผลผลิตทั้งน้ำส้มควันไม้และน้ำมันชีวภาพในปริมาณสูง ผลการศึกษาและประสิทธิภาพการผลิต การทดสอบภายใต้อุณหภูมิ 450 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 120 นาที พบว่าเครื่องมีประสิทธิภาพการทำงานประมาณ 55% โดยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์จากทางใบและทะลายปาล์มได้ดังนี้: ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณภาพดี โดยเฉพาะถ่านชีวภาพที่มีคุณสมบัติเด่นคือมีปริมาณคาร์บอนคงตัวสูง ค่าความร้อนดี และมีความเป็นรูพรุนสูง เหมาะสำหรับการใช้เป็นเชื้อเพลิงและสารปรับปรุงดิน ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์พบว่า การแปรรูปผลิตภัณฑ์ขั้นสูงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยเฉพาะการผลิตดินปลูกผสมมูลไส้เดือนร่วมกับน้ำส้มควันไม้กลั่น มีระยะเวลาคืนทุนต่ำกว่า 1 ปี ในขณะที่การผลิตถ่านชีวภาพอัดแท่งและน้ำส้มควันไม้กลั่นมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1.2 ปี ผลกระทบต่อชุมชน โครงการนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนหลายด้าน ได้แก่: บทสรุป เครื่องปฏิกรณ์ไพโรไลซีสแบบช้าระดับชุมชนนำร่องนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแก้ปัญหาการจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการเพาะปลูกปาล์มน้ำมัน พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้แก่ชุมชน นับเป็นต้นแบบของการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับชุมชนเกษตรกรรมอย่างแท้จริง ผู้รับผิดชอบโครงการ:ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิกราน…

  • ข้าวกล้องงอก สุกง่าย ไร้มอด ปลอดกลิ่นหืน โดยไม่ใช้ถุงสูญญากาศ

    ข้าวกล้องงอก สุกง่าย ไร้มอด ปลอดกลิ่นหืน โดยไม่ใช้ถุงสูญญากาศ

    ข้าวกล้องงอกเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีสารอาหารสูงและประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสาร Gamma Amino Butyric Acid (GABA) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดความเครียด และส่งเสริมการทำงานของสมอง อย่างไรก็ตาม ข้าวกล้องทั่วไปมักมีปัญหาเรื่องการเก็บรักษา เช่น มอดขึ้นง่ายและมีกลิ่นหืน ทำให้ร้านค้าและผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการซื้อ นวัตกรรมกระบวนการผลิตข้าวกล้องงอกที่พัฒนาโดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ได้แก้ไขปัญหานี้โดยไม่ต้องพึ่งพาถุงสุญญากาศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกในการจำหน่ายและบริโภค กระบวนการผลิตข้าวกล้องงอก กระบวนการผลิตข้าวกล้องงอกในรูปแบบใหม่นี้มีขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้: จุดเด่นของนวัตกรรม ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม สรุป นวัตกรรมกระบวนการผลิตข้าวกล้องงอกที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาข้าวกล้องแบบเดิม โดยช่วยให้เก็บรักษาได้นาน ไร้มอด ปลอดกลิ่นหืน และหุงสุกง่าย ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถนำไปใช้ได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ กระบวนการผลิตยังสามารถนำไปพัฒนาในระดับชุมชนและอุตสาหกรรมได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางอาหารและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ผลิตข้าวกล้องในประเทศไทย ข้อมูลผู้พัฒนา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประเทือง โชคประเสริฐดร.พัตรเพ็ญ เพ็ญจารัสสาขาเทคโนโลยีการอาหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ แหล่งข้อมูล https://kb.mju.ac.th/article.aspx?id=3595เอกสารฉบับเต็ม https://maejo.link/Vjn4

  • คู่มือเห็ดหลินจือ

    คู่มือเห็ดหลินจือ

    เห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum) เป็นสมุนไพรที่ได้รับการยกย่องในศาสตร์การแพทย์แผนจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีมาอย่างยาวนาน โดยมีคุณสมบัติช่วยบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่างๆ ปัจจุบันมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าเห็ดหลินจือสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านมะเร็ง และบำรุงสุขภาพโดยรวม ชนิดของเห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือมีหลายชนิด ซึ่งจำแนกตามสีและสรรพคุณ ได้แก่: สารออกฤทธิ์สำคัญในเห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือมีสารสำคัญหลายชนิดที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ได้แก่: แนวทางการเพาะเห็ดหลินจือ การเพาะเห็ดหลินจือเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีมูลค่าสูงในตลาด และสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ ขั้นตอนหลักในการเพาะเห็ดหลินจือมีดังนี้: วิธีการบริโภคเห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือสามารถนำมาบริโภคได้หลายรูปแบบ ได้แก่: การเลือกซื้อและการเก็บรักษาเห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าทางยา และสามารถเพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ได้เป็นอย่างดี การศึกษาวิจัยพบว่าเห็ดหลินจือมีสารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ และสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าได้ ผู้รับผิดชอบ: ปรีชา รัตนัง ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทางการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แหล่งที่มา : https://kb.mju.ac.th/article.aspx?id=4143เอกสารฉบับเต็ม : https://maejo.link/j6nG

  • คู่มือการผลิตกล้วยคุณภาพ

    คู่มือการผลิตกล้วยคุณภาพ

    กล้วยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะกล้วยหอมทองและกล้วยน้ำว้า ซึ่งมีศักยภาพสูงทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก การผลิตกล้วยที่มีคุณภาพสูงจำเป็นต้องอาศัยการจัดการที่เหมาะสมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ การเตรียมดิน การปลูก ไปจนถึงการดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของกล้วย กระบวนการปลูกและดูแลรักษา 1. การเตรียมดิน พื้นที่ปลูกควรเป็นดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำขัง การปรับปรุงดินสามารถทำได้โดยการไถกลบปุ๋ยพืชสดหรืออินทรียวัตถุ เช่น ปอเทือง 2. การเลือกหน่อพันธุ์ ควรเลือกหน่อใบแคบที่เกิดชิดโคนต้นแม่ ซึ่งมีลักษณะอวบสมบูรณ์และมีรากแข็งแรง หน่อที่ดีช่วยให้ต้นกล้วยมีความแข็งแรงและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ 3. การปลูก 4. การให้น้ำและปุ๋ย 5. การตัดแต่งใบและหน่อ 6. การป้องกันโรคและแมลง การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การผลิตกล้วยคุณภาพต้องอาศัยความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ผู้รับผิดชอบ: นายนิคม วงศ์นันตาหน่วยงาน: สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แหล่งอ้างอิง : https://kb.mju.ac.th/article.aspx?id=4145 เอกสารฉบับเต็ม : https://maejo.link/TO9B

  • พืชให้สีครามและชีวนวัตกรรม การผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดแท่ง

    พืชให้สีครามและชีวนวัตกรรม การผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดแท่ง

    สีย้อมครามจากพืชธรรมชาติถือเป็นหนึ่งในสีย้อมที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีการใช้พืชที่ให้สีคราม เช่น ห้อม (Strobilanthes cusia) และ คราม (Indigofera tinctoria) ในการย้อมผ้ามาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม กระบวนการผลิตสีครามแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งในด้านความสม่ำเสมอของสี การควบคุมคุณภาพ และการอนุรักษ์พันธุกรรมของพืชที่ใช้ในการผลิต การนำนวัตกรรมชีวภาพเข้ามาปรับใช้ เช่น การใช้เชื้อจุลินทรีย์เพื่อเพิ่มคุณภาพของสีย้อมและป้องกันโรคของพืช จึงเป็นแนวทางสำคัญที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน พืชที่ให้สีครามในจังหวัดแพร่ จังหวัดแพร่เป็นหนึ่งในแหล่งปลูกพืชที่ให้สีครามที่สำคัญของประเทศไทย มีพืชที่ให้สีครามหลายชนิด ได้แก่ พืชเหล่านี้สามารถนำมาใช้ในการผลิตสีย้อมธรรมชาติ โดยเฉพาะห้อม ซึ่งเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมการย้อมผ้าของจังหวัดแพร่ ห้อมเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและร่มเงา เช่น บริเวณป่าชื้นใกล้แหล่งน้ำ แต่มีข้อจำกัดด้านความไวต่อโรค โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Phytophthora parasitica นวัตกรรมชีวภาพในการปลูกและผลิตสีย้อมห้อม การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในกระบวนการปลูกและผลิตสีย้อมจากห้อม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้สารเคมี และป้องกันปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรคของพืชได้ ตัวอย่างของนวัตกรรมที่นำมาใช้ ได้แก่: นวัตกรรมชีวภาพในการผลิตปุ๋ยอัดแท่ง การนำเทคโนโลยีชีวภาพมาผลิตปุ๋ยอัดแท่งจากพืชที่ให้สีคราม เช่น ห้อมและคราม ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของพืชเหล่านี้ และส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยวิธีการผลิตปุ๋ยอัดแท่งประกอบด้วย: ปุ๋ยอัดแท่งที่ได้สามารถใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับปลูกพืชที่ให้สีครามหรือพืชชนิดอื่น ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินและลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแนวคิด BCG Economy (Bio-Circular-Green…

  • คู่มือ สตรอว์เบอร์รี่

    คู่มือ สตรอว์เบอร์รี่

    สตรอว์เบอร์รี (Fragaria spp.) เป็นพืชไม้ผลขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากมีลักษณะผลสวยงาม กลิ่นหอม รสชาติอร่อย และมีคุณค่าทางอาหารสูง นอกจากการบริโภคสดแล้ว สตรอว์เบอร์รียังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูป เช่น แยม ไอศกรีม โยเกิร์ต และเครื่องสำอาง ในประเทศไทย สตรอว์เบอร์รีกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งปลูกหลักในประเทศไทย พื้นที่ปลูกสตรอว์เบอร์รีในไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดเลย และเพชรบูรณ์ รวมถึงบางพื้นที่สูงในภาคกลาง เช่น กาญจนบุรี สตรอว์เบอร์รีเป็นพืชที่ต้องการอากาศเย็น โดยเฉพาะพื้นที่สูงที่มีอุณหภูมิระหว่าง 15-25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการออกดอกและเพิ่มคุณภาพของผลผลิต สายพันธุ์สำคัญในประเทศไทย พันธุ์ที่ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการหลวง ได้แก่: ประโยชน์ทางโภชนาการและการแพทย์ สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบไปด้วย: ในทางยา สตรอว์เบอร์รีมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับปัสสาวะ บรรเทาอาการปวดข้อรูมาติก และช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส การปลูกและดูแลรักษา การปลูกสตรอว์เบอร์รีต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ ได้แก่: ความสำคัญทางเศรษฐกิจและการตลาด ในปัจจุบัน สตรอว์เบอร์รีกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญในประเทศไทย โดยมีการปลูกเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทั้งในและต่างประเทศ สตรอว์เบอร์รีเป็นพืชที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงในประเทศไทย…

  • คู่มือการเลี้ยงไก่กระดูกดำ

    คู่มือการเลี้ยงไก่กระดูกดำ

    ไก่กระดูกดำเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาของเนื้อไก่กระดูกดำ ซึ่งสามารถบำรุงร่างกายได้ดี โดยเฉพาะเมื่อประกอบอาหารร่วมกับสมุนไพรจีน แม้แต่การบริโภคเนื้อไก่โดยไม่ใช้สมุนไพรก็ยังเชื่อกันว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าปกติ ลักษณะเฉพาะของไก่กระดูกดำ ไก่กระดูกดำ หรือ “Black-boned chicken” มีลักษณะเด่นคือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ หนัง เนื้อ และกระดูก มีสีดำ ซึ่งเป็นผลจากการสะสมเมลานินในเนื้อเยื่อ สายพันธุ์แท้ของไก่กระดูกดำต้องมีสีดำในเก้าบริเวณ ได้แก่ ปาก ใบหน้า ลิ้น หงอน เล็บ แข้งขา ผิวหนัง กระดูก และเนื้อ กระบวนการคัดเลือกพันธุ์ พันธุ์ไก่กระดูกดำมีความหลากหลายสูง การคัดเลือกพันธุ์มักพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพ เช่น สีขน และความดำของเนื้อ กระดูก และผิวหนัง จากการศึกษาพบว่าสามารถจำแนกสายพันธุ์ออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ไก่กระดูกดำสีเทาคอลายแดง สีทอง สีเทาสร้อยทอง คอลาย และสีขาว ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีอัตราการเกิดลูกไก่ที่แตกต่างกัน การสร้างโรงเรือนและอุปกรณ์เลี้ยงไก่ โรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่กระดูกดำสามารถทำได้หลายรูปแบบ โดยควรมีลักษณะป้องกันแดด…

  • อควาโปนิกส์-ปลูกผักและเลี้ยงปลาระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    อควาโปนิกส์-ปลูกผักและเลี้ยงปลาระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    ระบบ อควาโปนิกส์ (Aquaponics) เป็นการผสมผสานระหว่างการเลี้ยงสัตว์น้ำ (Aquaculture) และการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน (Hydroponics) ซึ่งช่วยให้สามารถใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถลดของเสียจากการเลี้ยงปลาและใช้เป็นสารอาหารให้พืชได้ ทำให้เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถเพิ่มผลผลิตได้ในพื้นที่จำกัด หลักการของอควาโปนิกส์ อควาโปนิกส์เกิดจากการรวมกันของระบบสองระบบ ได้แก่ กระบวนการทำงาน รูปแบบของระบบอควาโปนิกส์ อควาโปนิกส์แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่: 1. ระบบแพลอยน้ำ (Deep Water Culture – DWC) 2. ระบบน้ำไหลบาง (Nutrient Film Technique – NFT) 3. ระบบรากยึดในวัสดุปลูก (Media-based Aquaponics) สัตว์น้ำและพืชที่เหมาะกับอควาโปนิกส์ ตัวอย่างปลาที่นิยมเลี้ยง ตัวอย่างพืชที่นิยมปลูก การจัดการคุณภาพน้ำ เพื่อให้ระบบอควาโปนิกส์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องควบคุมปัจจัยต่อไปนี้: การลงทุนและผลตอบแทน ต้นทุนหลักของอควาโปนิกส์ ผลตอบแทน จากการศึกษาตัวอย่างฟาร์มที่ใช้ระบบอควาโปนิกส์: ข้อดีและข้อจำกัดของอควาโปนิกส์ ข้อดี ✅ ประหยัดน้ำ เนื่องจากเป็นระบบหมุนเวียน✅ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพราะของเสียจากปลาถูกนำมาใช้เป็นปุ๋ยพืช✅…